posttoday
บี้รัฐปลดล็อกไทย พ้นบัญชีฟอกเงิน

บี้รัฐปลดล็อกไทย พ้นบัญชีฟอกเงิน

29 มีนาคม 2555

เอกชนกระทุ้งรัฐแก้ปัญหาไทยถูกขึ้นบัญชีดำฟอกเงินให้ได้ภายใน 1 ปี หลังผู้ส่งออก นำเข้า ธุรกิจท่องเที่ยว เริ่มได้รับผลกระทบจากการทำธุรกรรม

เอกชนกระทุ้งรัฐแก้ปัญหาไทยถูกขึ้นบัญชีดำฟอกเงินให้ได้ภายใน 1 ปี หลังผู้ส่งออก นำเข้า ธุรกิจท่องเที่ยว เริ่มได้รับผลกระทบจากการทำธุรกรรม

นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยภายในงานเสวนาระดมความคิดเห็น เรื่อง “FATF ขึ้นบัญชีดำประเทศไทย ผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจ” ว่า ภาคเอกชนต้องการให้รัฐบาลเร่งปลดล็อกไทยออกจากบัญชีให้ไทยเป็นประเทศเฝ้าระวังสูงสุดทางการฟอกเงินและสนับสนุนเงินแก่การก่อการร้าย หากละเลยไม่แก้ไขภายใน 1 ปี ครบวันที่ 17 ก.พ. 2556 ไทยอาจถูกจัดอยู่ในบัญชีดำ หรือถูกห้ามทำธุรกรรมทางการเงินด้วย

ปัจจุบันการถูกขึ้นบัญชีเฝ้าระวังสูงสุด ได้รับผลกระทบต่อภาคธุรกิจมาก เนื่องจากการทำธุรกรรมทางการเงินระหว่างประเทศจะเกิดการล่าช้า ต้องตรวจสอบเอกสารมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อตลาดเงินและตลาดทุนที่จะเข้ามาลงทุนในเมืองไทย รวมถึงการแลกเปลี่ยนกู้ยืมเงินของบริษัทข้ามชาติจะมีขั้นตอนที่ยุ่งยาก ใช้เวลานาน

ขณะเดียวกันกลุ่มนักธุรกิจ ผู้ส่งออก ธุรกิจท่องเที่ยว หรือธุรกิจที่ต้องทำธุรกรรมการโอนเงินระหว่างประเทศ จะได้รับผลกระทบทั้งการโอนตั๋วเงิน การซื้อตั๋วแลกเปลี่ยนในการซื้อสินค้าและการชำระเงินค่าสินค้า เนื่องจากต้องตรวจสอบกระบวนการทางเอกสารนาน โดยเฉพาะการค้าขายกับประเทศตะวันตก สหภาพยุโรป และสหรัฐ อาจทำให้ต้องใช้เวลารอรับเงินค่าสินค้านานขึ้น และอาจถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียมสูงกว่าเดิม

นอกจากนี้ ยังต้องเปิดเผยแหล่งที่มาของเงินและปลายทางของเงิน อาจทำให้ลูกค้าของไทยหันไปซื้อสินค้าและบริการที่อื่นแทนประเทศไทย เพราะไม่ต้องการเจอกระบวนการที่ยุ่งยาก

“เดิมเราคิดว่าปัญหาจะกระทบแค่ภาคการเงิน แต่จริงๆ แล้วผลกระทบเป็นวงกว้าง และกระทบมากกว่าที่คิด โดยเฉพาะการทำธุรกิจนำเข้า ส่งออก ที่ต้องมีขั้นตอนในการทำธุรกรรมทางการเงินระหว่างประเทศที่ยุ่งยากมาก ซึ่งเอกชนก็เป็นกังวลหากไทยจะถูกลดอันดับไปอยู่ในแบล็กลิส จะเป็นปัญหามากขึ้น” นายธนิต กล่าว

สำหรับข้อเสนอแนะต่อภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ รัฐบาลต้องตั้งคณะทำงานมากำกับดูแลการออกกฎหมาย 2 ฉบับ คือ ร่าง พ.ร.บ.ปราบปรามการฟอกเงิน และร่าง พ.ร.บ.ป้องกันการสนับสนุนทางการเงินเพื่อการก่อการร้ายที่ค้างมานานกว่า 5 ปี

“กฎหมายต้องเป็นธรรมและคำนึงผลกระทบในวงกว้าง ไม่ถูกใช้เป็นเครื่องมือภาครัฐและฝ่ายการเมือง และจัดให้เป็นวาระแห่งชาติ ตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างรัฐบาล และผู้แทนจากเอกชน รวมถึงต้องชี้แจงความคืบหน้าให้ FATF ยืนยันไทยพยายามแก้ปัญหา”ชี้แจงให้ภาคธุรกิจ และตลาดทุนเข้าใจถึงสถานการณ์ดังกล่าว นายธนิต กล่าว

 

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี