posttoday
ราชประสงค์ ผนึกกำลังปลอดภัยเพื่อปรองดอง

ราชประสงค์ ผนึกกำลังปลอดภัยเพื่อปรองดอง

29 มีนาคม 2555

“19 เม.ย.นี้ กลุ่มคนเสื้อแดงจะชุมนุมเพื่อรำลึกเหตุการณ์ที่ผ่านมา แต่ต้องถามว่าภายใต้สถานการณ์ที่ต้องการปรองดอง

“19 เม.ย.นี้ กลุ่มคนเสื้อแดงจะชุมนุมเพื่อรำลึกเหตุการณ์ที่ผ่านมา แต่ต้องถามว่าภายใต้สถานการณ์ที่ต้องการปรองดอง

การชุมนุมมีเหตุผลหรือไม่ เพียงแค่เดินผ่านไม่เป็นไร แต่ถ้าจะชุมนุมก็คงต้องถามรัฐบาลว่ามีนโยบายอย่างไร” ชาย ศรีวิกรณ์ นายกสมาคมผู้ประกอบการวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ หรืออาร์เอสทีเอ (RSTA) ตั้งคำถามถึงข่าวการชุมนุมที่จะเกิดขึ้น

คำถามที่เกิดขึ้นเหมือนจะเป็นเรื่องการเมือง ส่วนหนึ่งก็ต้องตอบว่าใช่ แต่ผลกระทบที่เกิดจากการชุมนุมทางการเมืองนั้น ส่งผลอย่างลึกซึ้งต่อย่านราชประสงค์ ซึ่งถือว่าเป็น “เดอะ ฮาร์ต ออฟ แบงค็อก” หัวใจสำคัญของย่านเศรษฐกิจ แหล่งท่องเที่ยวและย่านการค้าที่สำคัญของกรุงเทพมหานคร (กทม.)

สะท้อนได้จากยอดนักท่องเที่ยวที่จองเข้าพักโรงแรมในย่านนี้มากกว่า 100% ในช่วง 4-5 ปีก่อนหน้านี้ แต่ต้องตกลงไปต่ำกว่า 30% ในช่วงการชุมนุมทางการเมือง และเป็นที่มาของการพัฒนาระบบความปลอดภัยสูงสุด มูลค่า 50 ล้านบาท

ราชประสงค์ ผนึกกำลังปลอดภัยเพื่อปรองดอง

 

ชาย กล่าวว่า เรื่องความปลอดภัยเป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวกังวลมากที่สุด และเป็นหนึ่งในมาตรฐานสำคัญของสถานที่ซึ่งเป็นย่านท่องเที่ยวและแหล่งการค้าอย่างราชประสงค์ สมาคมผู้ประกอบการวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ ทั้งศูนย์การค้าและโรงแรมรวม 12 แห่ง ได้สร้างระบบรักษาความปลอดภัยแบบบูรณาการในย่านนี้

ติดตั้งกล้องซีซีทีวี 1,300 ตัว รวมทั้งบุคลากรดูแลความปลอดภัย รวมกันไม่ต่ำกว่า 1,300 คนทั้งนี้ แนวโน้มนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในปีนี้ มีอัตราเพิ่มขึ้นค่อนข้างสูง ผ่านสนามบินสุวรรณภูมิ 13 ล้านคนต่อวัน ส่วนผู้ที่เดินทางมาท่องเที่ยวในย่านราชประสงค์มีไม่ต่ำกว่า 2 แสนคนต่อวัน จากปีก่อนอยู่ที่ 1.5 แสนคนต่อวัน อัตราการเข้าพักอยู่ที่ 90% หากไม่มีสถานการณ์ใดๆ เกิดขึ้น คาดว่าอัตราการเข้าพักของโรงแรมในย่านนี้จะมากกว่า 100% เหมือน 4-5 ปีก่อนหน้านี้แน่นอน

“ตอนนี้เราพยายามป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นให้ดีที่สุด เพราะสิ่งที่นักท่องเที่ยวเป็นห่วงมากที่สุดคือความปลอดภัย เราจึงพยายามประสานงานกับหน่วยงานของภาครัฐ ว่ามีนโยบายเรื่องนี้อย่างไร เพราะปัญหาการเมืองที่เกิดขึ้น ทำให้นักท่องเที่ยวไม่อยากมาเที่ยวเมืองไทย” ชาย กล่าว

พ.ต.อ.เสรี ไขรัศมี ผู้ควบคุมระบบดูแลและให้คำปรึกษาด้านระบบรักษาความปลอดภัยย่านราชประสงค์ กล่าวว่า ระบบรักษาความปลอดภัยแบบบูรณาการย่านราชประสงค์ ประกอบด้วย 3 ส่วนสำคัญ คือ 1.การนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ ด้วยการติดตั้งกล้องซีซีทีวีระบบความคมชัดสูง 1,300 ตัวรอบย่านราชประสงค์ และจะพัฒนาเทคโนโลยีให้จำภาพบุคคลได้ 2.เพิ่มบุคลากรรักษาความปลอดภัยทั้งภายในและนอกอาคาร 1,300 คน และ 3. การวางมาตรการป้องกันและรองรับเหตุการณ์ร้ายต่างๆ อย่างเป็นขั้นตอนตลอด 24 ชั่วโมง

นอกจากนี้ ยังได้จัดโครงการและหลักสูตรการฝึกอบรมให้กับบุคลากรในพื้นที่ส่วนกลางและสมาชิกย่านราชประสงค์ เพื่อสร้างความเข้าใจถึงขั้นตอนในการปฏิบัติงานอย่างเป็นรูปธรรมทุกด้านไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์สถานการณ์ การสังเกตุพฤติกรรมคนร้าย วิธีกดดันและให้การคุ้มครองนักท่องเที่ยว การตรวจสอบวัตถุต้องสงสัยต่าง ๆ ที่อยู่ในพื้นที่และการบริหารจัดการด้านภัยพิบัติ รวมถึงความพร้อมเกี่ยวกับปัญหาการจราจรหากเกิดภาวะไม่ปกติ เป็นต้น

ขณะที่อีกส่วน คือ การประสานงานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยกองบังคับการตำรวจนครบาล 5 และ สน.ลุมพินี ซึ่งจากการทำงานอย่างจริงจังตั้งแต่ปี 2550 ส่งผลให้เหตุลักทรัพย์ในปี 2552 ลดลงเหลือ 20% ในปี 2551 และลดลงเหลือ 0% ในปี 2554 ซึ่งปีนี้จะมุ่งรักษาระดับที่ 0%

ทางสมาคมยังขยายพื้นที่รักษาความปลอดภัยไปยังย่านประตูน้ำและราชดำริเพิ่มขึ้น โดยจะเจรจาผู้ประกอบการและผู้ค้าในย่านดังกล่าว เพราะแก๊งมิจฉาชีพเมื่อถูกคุมเข้มในย่านราชประสงค์ ก็กระจายไปยังย่านอื่นๆ รอบบริเวณนี้ และปรับรูปแบบการลักทรัพย์ด้วยวิธีการใหม่ๆ ฉะนั้น ในฐานะผู้ประกอบการต้องดูแลนักท่องเที่ยวให้ดีที่สุด เพื่อให้นักท่องเที่ยวประทับใจและกลับมาเที่ยวเมืองไทยอีก

“หากทุกคนรักเมืองไทยจริง ก็ควรทำให้เมืองไทยน่าอยู่และปลอดภัยที่สุด ด้วยการร่วมมือของทุกฝ่ายอย่างจริงจัง จริงใจ เพื่อสร้างความประทับใจและความสุขให้นักท่องเที่ยวที่เข้ามา” ชาย กล่าวทิ้งท้าย

 

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน