
ประกันลูกครึ่ง‘กู้เงินแม่’
เสียหายน้ำท่วมหนักต้องเพิ่มทุน โตเกียวมารีนศรีเมืองกู้2.5พันล.
เสียหายน้ำท่วมหนักต้องเพิ่มทุน โตเกียวมารีนศรีเมืองกู้2.5พันล.
คปภ.เผยโตเกียวมารีนศรีเมืองประกันภัยขออนุมัติกู้เงินระยะยาวจากบริษัทแม่ 2,500 ล้านบาทมาเติมทุนเพื่อจ่ายน้ำท่วม
แหล่งข่าวจากคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า บริษัทโตเกียวมารีนศรีเมืองประกันภัย ได้ขออนุมัติที่จะใช้ช่องทางการกู้เงินระยะยาวจากบริษัทแม่จากญี่ปุ่นเข้ามาประมาณ 2,500 ล้านบาท เพื่อนำมาแก้ปัญหาเงินกองทุนที่จะต้องเพิ่มทุน เนื่องจากบริษัทมีภาระที่จะต้องจ่ายค่าสินไหมทดแทนจากวิกฤตน้ำท่วมซึ่งมีมูลค่าความเสียหายทั้งสิ้นประมาณ 8 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ จำนวนเงินที่ต้องการกู้เงินมาใช้เพื่อเงินกองทุนจะตกประมาณ 2,500 ล้านบาท เพราะความเสี่ยงที่บริษัทต้องจ่ายเองจริงๆ ประมาณ 4,000 ล้านบาท ส่วนจำนวนความเสียหายที่เหลือบริษัทได้ทำประกันภัยต่อไปยังต่างประเทศ
ขณะที่ปัจจุบันบริษัทมีเงินกองทุนส่วนเกิน และมีกำไรอยู่จำนวนหนึ่งจึงต้องการเงินเพิ่มทุนในจำนวนที่ไม่มากนัก
“คปภ.เปิดทางไว้ให้สำหรับบริษัทที่ต้องการเพิ่มทุนไว้ 2 ทางคือ ผู้ถือหุ้นเพิ่มทุนเอง และกู้เงินระยะยาวมาเติมทุน กรณีที่ผู้ถือหุ้นยังตกลงกันไม่ได้ วิธีการกู้เงินจะเร็วสุดในการแก้ปัญหา” แหล่งข่าว เปิดเผย
แหล่งข่าวเปิดเผยอีกว่า นอกจากนี้ยังมีบริษัท แอกซ่าประกันภัย ที่ขอเพิ่มทุนอีกประมาณ 700 ล้านบาท โดยผู้ถือหุ้นต่างชาติถือหุ้น 100% เพราะผู้ถือหุ้นไทยไม่เพิ่มทุน ซึ่งได้ยื่นเรื่องขออนุมัติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแล้ว
สำหรับที่เพิ่มทุนเสร็จไปแล้วมีบริษัท สมโพธิ์เจแปน (ประเทศไทย) ที่ต่างชาติถือหุ้น 100% บริษัทไทยรับประกันภัยต่อ ซึ่งมีนักลงทุนต่างประเทศถือหุ้น 49% ก็ประสบความสำเร็จในการขายหุ้นเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม (Rights Offering) และนักลงทุนแบบเฉพาะเจาะจง (Private Placement) มูลค่า 7,000 ล้านบาท
“กรณีต่างชาติถือหุ้น 100% มีเงื่อนไขว่าภายใน 10 ปีจะต้องลดสัดส่วนลงให้เป็นไปตามกฎหมายที่ 25% ส่วนกู้เงินระยะยาว ก็มีเงื่อนไขว่าจะต้องแปลงเงินกู้ให้เป็นส่วนผู้ถือหุ้นภายใน 10 ปี” แหล่งข่าวเปิดเผย
นายประเวช องอาจสิทธิกุล เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า ปัจจุบันการขอเพิ่มสัดส่วนผู้ถือหุ้นต่างชาติเหลือ 2 ขั้นตอน คือ ถือเกิน 25% แต่ไม่เกิน 49% คณะกรรมการ คปภ.เป็นผู้มีอำนาจในการอนุมัติ ถ้าขอถือเกิน 49% รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจะเป็นผู้มีอำนาจในการอนุมัติ จากเดิมที่มี 3 ขั้นตอน ทำให้เกิดความรวดเร็วและจูงใจให้นักลงทุนต่างประเทศสนใจเข้ามาลงทุนในธุรกิจประกันภัยมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังเป็นการรองรับการเปิดเสรีอาเซียนที่จะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้







