
รถใหม่พรึ่บ มอเตอร์โชว์ '33 ใจไม่แข็งอย่าไป เงินหมดแน่
ได้ฤกษ์เปิดงานกันอย่างเป็นทางการแล้วกับงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์
โดย...นิธิ ท้วมประถม
ได้ฤกษ์เปิดงานกันอย่างเป็นทางการแล้วกับงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 33 ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 28 มี.ค.8 เม.ย.นี้ ซึ่งต้องถือว่าเป็นงานที่ค่ายรถยนต์และแฟนรถยนต์เมืองไทยตั้งตารอ เพราะถือว่าเป็นงานมอเตอร์โชว์ที่ค่ายรถยนต์มีความพร้อมเข้าร่วมงานมากที่สุด หลังจากที่ต้องเจอกับ “น้องน้ำ” ที่บุกถล่มไปครึ่งประเทศ เมื่อเดือน ต.ค.ปีที่แล้ว
เมื่อเหตุการณ์ร้ายๆ ผ่านไป ค่ายรถยนต์เริ่มตั้งตัวได้และหันกลับมาผลิตกันอย่างเต็มที่อีกครั้ง ส่วนลูกค้าก็เริ่มกลับมามองหารถยนต์ใหม่ๆ เพื่อมาใช้ชีวิตประจำวันกันตามปกติ
และแน่นอนว่าค่ายรถทุกค่ายต่างเปิดตัวทีเด็ดของตัวเองกันอย่างเต็มที่ เริ่มจากการเปิดตัวรถยนต์สุดหรูอย่าง โรลส์รอยซ์รถสุดหรูจากเมืองผู้ดี ที่บริษัท มิลเลียนแนร์ ออโต้ ซึ่งเป็นบริษัทในเครือมาสเตอร์ กรุ๊ป ได้สิทธิเป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ก็จะใช้เวทีนี้เปิดตัวบริษัทและรถยนต์ โรลส์รอยซ์ โกสต์ อย่างเป็นทางการในตลาดเมืองไทยให้ได้รู้กันไปเลยว่า นับจากนี้โรลส์รอยซ์มีตัวแทนจำหน่ายแล้ว ไม่ต้องไปซื้อรถจากผู้นำเข้าอิสระให้เสี่ยงอีกต่อไป
นอกจากนี้ รถหรูจากแดนอินทรีเหล็กอย่าง เมอร์เซเดสเบนซ์ ก็มาเต็มที่เหมือนกัน เพราะขนรถยนต์รุ่นใหม่มา “ยั่วน้ำลาย” เศรษฐีได้ดีทีเดียว ทั้งรถ SUV ใหม่ล่าสุดอย่าง The New MClass รถยนต์อเนกประสงค์ออฟโรดสไตล์สปอร์ตโฉมใหม่ล่าสุดนั่นคือ ML 250 CDI BlueEFFICIENCY 4MATIC เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร 204 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด อัตราเร่งจาก 0100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ภายใน 9 วินาที
ในงานนี้ยังมี เมอร์เซเดสเบนซ์ New BClass ซึ่งเป็นรุ่นที่ 2 ของตระกูลบีคลาส ที่มาพร้อมกับรูปทรงสปอร์ตแวน หรือเรียกเท่ๆ ว่า สปอร์ตทัวเรอร์ หน้าตาสวยสดงดงามมาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ ขนาด 1,595 ซีซี 156 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด ความเร็วจาก 0100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ทำได้ภายใน 8.4 วินาที และความเร็วสูงสุดที่ 181 กิโลเมตร/ชั่วโมง
ไม่หมดแค่นั้นยังมีรถต้นแบบมาแสดงด้วยก็คือ Concept AClass ซึ่งเป็นยนตรกรรมที่สร้างนิยามใหม่ให้แก่โลกยานยนต์แห่งอนาคต ด้วยรูปลักษณ์ที่ดูโฉบเฉี่ยวมาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ แบบวางขวาง ขนาด 2.0 ลิตร รุ่น M270 พร้อมระบบไดเรกต์อินเจกชันและเทอร์โบชาร์จ ให้กำลังแรงม้าสูงสุดที่ 155 กิโลวัตต์/210 แรงม้า ใช้ระบบส่งกำลังแบบคลัตช์คู่เดินหน้า 7 จังหวะ
และยังมี C63 AMG Coupe Black Series & Ducati Diavel AMG Special Edition ซูเปอร์คาร์สปอร์ตคูเป้สไตล์รถแข่งที่เคียงคู่มากับมอเตอร์ไบค์ดูคาติ โดย C63 AMG Coupe ใช้เครื่องยนต์รุ่น M156 เครื่องยนต์แบบ V8 ความจุกระบอกสูบ 6.3 ลิตร 517 แรงม้า อัตราเร่งจาก 0100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ภายในระยะเวลา 4.2 วินาที และความเร็วสูงสุด 300 กิโลเมตร/ชั่วโมง ใช้ระบบส่งกำลัง AMG SPEEDSHIFT MCT 7 Speed
หันมาทางค่ายรถโลโก้ใบพัดสีฟ้า บีเอ็มดับเบิลยู ที่ “จัดหนัก” ทีเดียว เพราะเปิดตัวรถรุ่นใหม่เพียบในงาน ทั้งบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 3 ใหม่ ที่มาพร้อมอุปกรณ์ตกแต่งภายในและภายนอกถึง 3 แบบ คือ สปอร์ตไลน์ โมเดิร์นไลน์ และลักชัวรีไลน์ โดยในงานนี้จะเปิดแต่รุ่นเครื่องดีเซลทวินเทอร์โบขนาด 2.0 ลิตร 184 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ว่ากันว่ามีอัตราสิ้นเปลืองแค่ 22.7 กิโลเมตรต่อลิตรเท่านั้น
นอกจากนี้ ยังมีบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 ใหม่แบบไมเนอร์เชนจ์ ในรุ่น 520i 528i และ 528i Sport รวมทั้งเปิดตัวบีเอ็ม Active Hybrid 5 เป็นครั้งแรกในไทย เพื่อเสริมทัพบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 ด้วยเทคโนโลยีของเครื่องยนต์ไฮบริดอีกด้วย งานนี้ชนกับรถหรูจากญี่ปุ่นอย่างเล็กซัสกันโครมเบ้อเริ่มเลย
ด้านรถเล็กพริกขี้หนูอย่าง มินิ ก็มี มินิ โรดสตอร์ สปอร์ต 2 ที่นั่งเปิดประทุน และยังมี Mini 10th Anniversary Thailand Special Editions ที่ตกแต่งเป็นพิเศษด้วยชุดแต่ง จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส แอโรคิทส์ และสติกเกอร์ลายพิเศษ เพื่อเฉลิมฉลองการขายมินิครบรอบ 10 ปี ในประเทศไทย
ส่วนรถหรูจากสวีเดนอย่าง วอลโว่ ก็ไม่ยอมน้อยหน้า เพราะเอารถ 9 รุ่นที่ขายมาโชว์ พร้อมกับเปิดตัว V60 สปอร์ตแวก้อนรุ่นใหม่ล่าสุด และ XC90 เอสยูวีโฉมใหม่ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล D5 ขนาด 2.4 ลิตร 200 แรงม้า แรงบิด 420 นิวตันเมตร ในช่วง 1,9002,800 รอบ/นาที พร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด
กระโดดกลับมาที่ค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นกันบ้างดีกว่า แน่นอนว่างานบางกอก มอเตอร์โชว์ฯ นี้ มาแบบเปิดหน้าลุยกันอย่างเต็มที่แน่นอน โดยเฉพาะรถในตระกูลอีโคคาร์ทั้งหลาย ที่ มิตซูบิชิ และซูซูกิ กระโดดลงมาเล่นในสังเวียนนี้อย่างเป็นทางการแล้ว ก็เหลือ แต่ยักษ์ใหญ่อย่างโตโยต้าที่จะเปิดตัวอีโคคาร์ของตัวเองในช่วงกลางปีหน้าโน่น
มาดูสมรภูมิอีโคคาร์ในงานมอเตอร์โชว์นี้ เริ่มจากเจ้าตลาดอย่าง นิสสัน ที่งานนี้ยังสวย เริ่ด เชิด หยิ่ง ได้อยู่ เพราะมีทั้ง นิสสัน มาร์ช อีโคคาร์ 5 ประตู และอีโคคาร์ ซีดาน ไซส์ XL นิสสัน อัลเมร่า ขายอยู่เพียงรายเดียว ทำให้งานนี้นิสสันยังขอดูท่าทีคู่แข่งก่อน เลยขอแค่ปรับปรุง นิสสัน มาร์ช ให้มีสีม่วงใหม่ขึ้นมา และปรับปรุงภายในนิดหน่อย เช่น เพิ่มหมอนรองคอ (ที่น่าจะมีมาให้ตั้งแต่รุ่นแรกแล้ว) รวมถึงปรับเบาะนั่งแถวหลังให้แบ่งพับได้แบบ 60 : 40 ส่วน อัลเมร่ามาแบบเชิ่ดๆ ขายรุ่นเดิมต่อไป
ส่วนอีโคคาร์น้องใหม่ฟอร์มสวยอย่าง ซูซูกิที่แม้ว่าจะเปิดตัวอีโคคาร์อย่าง สวิฟท์ ใหม่ ไปตั้งแต่วันที่ 22 มี.ค.ที่ผ่านมา แต่ก็ใช้เวทีมอเตอร์โชว์เปิดตัวต่อสาธารณชนอย่างเป็นทางการอีกครั้ง โดยซูซูกินั้นเชื่อมั่นในรูปร่างหน้าตาของสวิฟท์ใหม่ เต็มที่ว่ามีทั้งขนาดที่ใหญ่กว่า สวยกว่า วัสดุภายในเนี้ยบกว่า ก็เลยตั้งราคาสวิฟท์ใหม่ไว้สะเทือนใจไม่น้อยด้วยราคา 4.685.58 แสนบาท ที่แม้ว่าจะได้รับเงินคืนจากภาษีรถยนต์คันแรกอีก 7 หมื่นบาท ก็ยังน่าลุ้นเหมือนกัน
ขณะที่น้องใหม่ อย่าง มิตซูบิชิ มิราจ ที่มาแบบรู้ตัวว่าต้องเจอศึกหนักแน่ ก็เลยเปิดหน้าลุยด้วยการอัดแคมเปญชุดใหญ่ ทั้งแถมประกันภัยชั้น 1 ฟรี 1 ปี ให้ส่วนลด 1 หมื่นบาท ฟรีค่าบำรุงรักษา 1 แสนกิโลเมตร เฉพาะลูกค้า 9,000 คนแรกเท่านั้น ซึ่งเมื่อรวมกับภาษีรถยนต์คันแรกอีก 7 หมื่นบาท ทำให้มิตซูบิชิ มิราจ กลายเป็นรถยนต์อีโคคาร์ที่มีราคาถูกที่สุดในตลาดไปเสียแล้ว
ด้านฮอนด้าขอใช้เวทีนี้หวนคืนสังเวียนอย่างเป็นทางการ หลังจากที่โรงงานที่สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จ.พระนครศรีอยุธยา โดนน้ำท่วมจนต้องปิดไปตั้งแต่เดือน ต.ค.ที่ผ่านมา เพิ่งเริ่มกลับมาผลิตได้อีกครั้งเมื่อไม่นานมานี้เอง ด้วยการเปิดรับจองรถยนต์ทุกรุ่น ทั้งฮอนด้า แจ๊ซ บริโอ้ และแอคคอร์ด อย่างเป็นทางการอีกครั้ง โดยมีข้อเสนอดอกเบี้ยพิเศษและแถมประกันภัยฟรี 1 ปีด้วย
นอกจากนี้ ยังนำมา ซีวิค รุ่นใหม่มาโชว์ตัวยั่วน้ำลาย ก่อนจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือน พ.ค.นี้อีกด้วย ไม่เพียงเท่านั้นฮอนด้ายังนำเข้ารถยนต์จากญี่ปุ่นและอินโดนีเซียเข้ามาจำหน่ายเพื่อเพิ่มสีสัน และเป็นตัวเลือกให้กับลูกค้าได้มากกว่ารุ่นเดิมๆ ที่มีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นรุ่นโอเดสซี สเตปวาก้อน สปาดา ซึ่งทั้ง 2 รุ่นนี้เป็นรถครอบครัว ส่วนอีกรุ่นคือ ซีอาร์แซด (CRZ) สปอร์ตไฮบริด ที่เกรย์ มาร์เก็ต เอาเข้ามาบุกเบิกตลาดไปก่อนหน้านี้นานแล้ว
งานนี้ฮอนด้ากะกลับมาใหญ่อีกครั้งแน่ๆ
ด้านค่ายยักษ์ใหญ่อย่างโตโยต้า งานนี้แทบไม่ต้องขยับอะไรแล้ว เพราะแค่ยอดค้างส่งมอบก็เหงื่อตกแล้ว แต่จะไม่ร่วมก็เสียหน้าขาใหญ่ ก็เลยต้องมีของใหม่มาโชว์เสียหน่อย ทั้ง คัมรี่ ไมเนอร์เชนจ์ ที่เน้นเครื่องไฮบริดและขยับราคาขึ้นนิดหน่อย ซึ่งเชื่อได้ว่ายอดขายถล่มทลายแน่นอน
และยังมี พรีอุส ไมเนอร์เชนจ์ ที่ใส่เทคโนโลยีไฮเทคมาเพียบ ทั้งหลังคาพลังงานแสงอาทิตย์ที่จะใช้พลังงานแสงอาทิตย์มาเปิดพัดลมดูดอากาศเวลาที่จอดรถตากแดด เพื่อช่วยลดอุณหภูมิภายในตัวรถ เมื่อผู้ขับขี่กลับมาใช้รถอีกครั้งหนึ่ง และยังมีเทคโนโลยีเปิดแอร์ระยะไกล แถมสนนราคาปรับขึ้นจากรุ่นเดิมไม่เท่าไหร่เช่นกัน
ส่วนในรถรุ่นเล็กขนาด 1.5 ลิตร นั้นมองไปทางไหนก็ยังไม่เห็นคู่แข่ง เพราะฮอนด้า แจ๊ซ ก็ยังเหนื่อยกับการเพิ่งผลิตได้แค่ส่งมอบลูกค้าเก่าก็เหนื่อยแล้ว ลูกค้าใหม่ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ทำให้โตโยต้าแค่แต่งหน้าทาปาก วีออส ทีอาร์ดี สปอร์ตทีโว ที่มีจำนวนจำกัดแค่ 4,100 คัน ออกมาสู้ก็พอแล้ว ส่วนรุ่นเดิมๆ ก็ขายไปตามนั้น เพราะได้เปรียบจากภาษีรถคันแรกที่ได้คืนสูงถึง 1 แสนบาท มากกว่ารถอีโคคาร์เสียอีก เลยทำให้โตโยต้าได้เปรียบในเรื่องของราคาขายพอสมควรทีเดียว
พูดถึงรถขนาดเล็ก แล้วจะไม่พูดถึง ฟอร์ด ก็คงเป็นไปไม่ได้ เพราะฟอร์ดจะเปิดตัว ฟอร์ด เฟียสต้า เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ออกมาแล้ว หลังจากที่หลงทางไปกับเครื่องยนต์ 1.4 ลิตร และ 1.6 ลิตร ไปเสียนาน ซึ่งเฟียสต้า 1.5 ลิตร คันนี้ทำให้ฟอร์ดได้รับสิทธิรถยนต์คันแรก โดยได้เงินคืน 1 แสนบาท กับเขาเสียที แถมยังมีประกันภัยชั้น 1 ฟรีให้อีกด้วย
แต่เจ้าเฟียสต้า 1.5 ลิตร นี้ก็จัดหนักมาไม่น้อยนะครับ เพราะใช้เครื่องยนต์ TiVCT เกียร์อัตโนมัติเพาเวอร์ชิฟต์ 6 สปีด เอบีเอส อีบีดี ระบบการสั่งงานด้วยเสียงบลูทูธ เรียกได้ว่าออปชันดีที่สุดในบรรดารถเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ในตลาดก็ว่าได้
และยังมี ฟอร์ด โฟกัส โฉมใหม่ที่มีทั้งเครื่องยนต์เบนซิน 1.6 และ 2.0 ลิตร ในตระกูล TiVCT มาใช้ ทำให้ได้แรงม้าที่สูงกว่ารุ่นเดิม 20% และยังมีออปชัน เทพๆ อย่างระบบช่วยจอดอัจฉริยะ (Active Park Assist) เพียงกดปุ่มสั่งงาน ฟอร์ด โฟกัส ใหม่ ช่วยให้ผู้ขับขี่จอดรถเทียบกับข้างทางได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องใช้มือบังคับพวงมาลัยรวมถึงเทคโนโลยีที่โดดเด่นที่สุดนั่นคือ ฟอร์ด ซิงค์ (SYNC) ซึ่งเป็นระบบเชื่อมต่อการสื่อสารแบบ HandsFree ผ่านการสั่งการด้วยเสียง
ขณะที่ค่ายรถยนต์ที่น่าจับตามองอีกค่ายอย่างเชฟโรเลต ที่







