
เอ็มเอฟซี-กสิกรชูหุ้นจีนยังไปต่อ
เอ็มเอฟซีกสิกร มองระยะสั้นหุ้นจีนผันผวน แนะรอจังหวะพักฐานเข้าลงทุนรับเศรษฐกิจยังโต
เอ็มเอฟซีกสิกร มองระยะสั้นหุ้นจีนผันผวน แนะรอจังหวะพักฐานเข้าลงทุนรับเศรษฐกิจยังโต
นายสุทยุต เชื้อพานิช ผู้จัดการกองทุนอาวุโส ฝ่ายตราสารทุนต่างประเทศ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เอ็มเอฟซี กล่าวว่า ในระยะสั้นตลาดหุ้นจีนอาจผันผวนจากความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกที่ค่อนข้างเปราะบาง รวมถึงปัญหาหนี้ยุโรปที่ยังต้องติดตาม จึงทำให้เม็ดเงินลงทุนที่ไหลเข้ามาในตลาดหุ้นเอเชียอาจมีการขายทำกำไรบ้าง
“เมื่อนักลงทุนคลายความกังวลและกลับเข้ามาลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึงหุ้นเอเชียและจีนราคายังถูก จึงทำให้มีแรงซื้อเข้ามามาก แต่จากนี้ต้องดูการขยายตัวของเศรษฐกิจด้วยว่าจะไปได้ดีแค่ไหน” นายสุทยุต กล่าว
นอกจากนี้ นโยบายการเงินของหลายๆ ประเทศในเอเชียในปัจจุบันต่างจาก 3 เดือนแรกของปีนี้ที่คลายกังวลเงินเฟ้อ ทำให้มองทิศทางดอกเบี้ยลดลง แต่ตอนนี้ราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้น ทำให้ความกังวลเงินเฟ้อกลับมา จึงอาจมีผลต่ออัตราดอกเบี้ยได้
นายสุทยุต กล่าวว่า นักลงทุนอาจรอจังหวะที่หุ้นปรับฐานค่อยเข้าซื้อเพื่อลงทุนได้ เพราะปัจจุบันราคาหุ้นจีนยังถูก และคาดว่าเศรษฐกิจจีนจะไม่ได้ชะลอตัวลงอย่างรุนแรงและน่าจะเติบโตได้ดีเกิน 8% ในปีนี้
ด้าน บลจ.กสิกรไทย มองว่า การที่จีนปรับลดอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจลง อาจทำให้นักลงทุนบางส่วนกังวลการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและเทขายหุ้นออกมา อย่างไรก็ดีจากอดีตที่ผ่านมาเมื่อรัฐบาลจีนมีการประกาศหรือดำเนินมาตรการทางเศรษฐกิจใดๆ ก็ตาม ตลาดมักจะตอบสนองในทางลบในระยะสั้นเสมอ ก่อนที่จะค่อยปรับตัวดีขึ้น
ทั้งนี้ ตลาดหุ้นจีนให้ผลตอบแทนติดลบต่อเนื่องในปี 2553 และ 2554 ประมาณ 22.34% จากการเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบายและอัตรากันสำรองของธนาคารพาณิชย์อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี 2553 จนถึงไตรมาส 4 ที่ผ่านมา รวมทั้งออกมาตรการชะลอการเติบโตของราคาอสังหาริมทรัพย์ต่อเนื่องทำให้จีนเป็นตลาดหุ้นที่นักลงทุนต่างชาติหลีกเลี่ยงใน 2 ปีที่ผ่านมา
บลจ.กสิกรไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันเมื่ออัตราดอกเบี้ยนโยบายมีแนวโน้มลดลงในปีนี้และสถานการณ์การลงทุนโลกกลับมาอยู่ในภาวะที่นักลงทุนกล้ายอมรับความเสี่ยงมากขึ้น ประกอบตลาดหุ้นจีน (HShare) ซื้อขายที่ราคาต่อกำไร (พี/อี) ประมาณ 8.7 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาว 10 ปีที่ระดับ 13.65 เท่า เกือบ 35% ขณะที่อัตราการเติบโตของกำไรของบริษัทจดทะเบียนจีนในปีนี้คาดว่าขยายตัวประมาณ 13-15% ตลาดหุ้นจีนจึงมีโอกาสขึ้นได้อีกในปีนี้
อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นจีนมีความผันผวนค่อนข้างสูงมาก ประกอบกับตั้งแต่ต้นปีปรับขึ้นมากว่า 10% จึงอาจปรับฐานลงได้ในระยะสั้น แม้ว่าปัจจัยพื้นฐานและทิศทางยังคงสนับสนุนการเติบโตของตลาดหุ้นจีน







