
โต้งเร่งแก้ล็อกควบรวม
3เดือนเห็นรูปร่างเอกชนจี้ก้นรัฐบาลชี้ช่องแก้ปัญหาอื้อ
3เดือนเห็นรูปร่างเอกชนจี้ก้นรัฐบาลชี้ช่องแก้ปัญหาอื้อ
กิตติรัตน์ขอเวลา 2-3 เดือน เห็นความคืบหน้ากฎหมายภาษีหนุนควบรวม รับปากรัฐบาลนี้ทำคลอดสำเร็จแน่ เอกชนชี้อุปสรรคและเสนอแนะมาตรการ
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง กล่าวปาฐกถาพิเศษ “การควบรวมกิจการ วาระแห่งชาติ และทางรอดธุรกิจไทย” ว่า กระทรวงการคลังจะเร่งคลอดกฎหมาย และพร้อมสนับสนุนเรื่องภาษีเพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคในการควบรวมกิจการ คาดว่าภายใน 2-3 เดือนนี้น่าจะเห็นความคืบหน้า
เมื่อวันที่ 4 ม.ค.ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติการส่งเสริมการควบรวมกิจการในตลาดทุน และปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา
“รัฐบาลชุดนี้จะผลักดันให้เกิดเป็นรูปธรรมให้ได้หลังจากทำกันมานาน เพราะการควบรวมก่อให้เกิดประโยชน์ต่อทุกฝ่าย รวมถึงผู้ใช้แรงงาน นอกจากทำให้เศรษฐกิจเติบโตดีแล้ว ยังสามารถกระจายรายได้ให้ทั่วถึง และช่วยให้เศรษฐกิจโตอย่างยั่งยืนในที่สุด” นายกิตติรัตน์ กล่าว
นายวรพล โสคติยานุรักษ์ เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า ก.ล.ต.และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมผลักดันการควบรวมเป็นวาระสำคัญ เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไทย
ก.ล.ต.ได้แต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการควบรวมกิจการ เพื่อพัฒนาธุรกิจและตลาดทุนและร่วมระดมความเห็นและเสนอแนะเกี่ยวกับร่างกฎหมาย เชื่อว่าจะสนับสนุนให้ธุรกิจควบรวมมากขึ้น
สำหรับการเสวนา “M&A : ปัจจัยความสำเร็จของธุรกิจไทย” นายกิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการ บริษัท เบเคอร์ แอนด์ แม็คเค็นซี่ กล่าวว่า เรื่องควบรวมพูดกันมานานถึง 4 ปีแล้ว เวลานี้ประเทศไทยคงรอต่อไปไม่ได้อีกแล้ว หากรัฐบาลนี้ซึ่งมีเสียงข้างมากและมีความตั้งใจจริง เชื่อว่า 8-9 เดือน ก็น่าจะสำเร็จ
นอกจากนี้ รัฐจะต้องเร่งให้ความรู้ เพื่อให้ตระหนักถึงความจำเป็น ถ้าหากธุรกิจเอสเอ็มอีของครอบครัวไม่ทำการควบรวม เชื่อว่าจะอยู่ได้ไม่เกิน 3 รุ่น
“เราจะต้องรีบแก้อุปสรรค เพราะตอนนี้หากเกิดการควบรวมต้องไปจัดตั้งบริษัทในต่างประเทศที่มีกฎเกณฑ์และภาษีสนับสนุน” นายกิติพงศ์ กล่าว
นายอดิเรก ปฏิทัศน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ็ม เอฟ อี ซี (MFEC) กล่าวว่า การควบรวมจะมีมากขึ้น แต่จะมีทั้งที่สำเร็จกับล้มเหลว ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทต้องปิดกิจการ แต่ผ่านมา 4 ปีแล้ว ก็ยังไม่ได้เงินภาษีคืนจากกรมสรรพากร ซึ่งจะต้องแก้ไข
นายอภินันท์ เกลียวปฏินนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทุนภัทร กล่าวว่า ร่างกฎหมายฯ จะต้องสังคายนา ภาพโดยรวม และรัฐบาลน่าจะส่งเสริมธุรกิจที่แข่งขันได้ และสามารถต่อยอดไปสู่ระดับภูมิภาค เช่น ธุรกิจสุขภาพ
นายชนินท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู กล่าวว่า รัฐบาลควรออกมาตรการมาสนับสนุนการควบรวม เช่น กำไรในช่วงแรกไม่ต้องเสียภาษีหรือเสียในอัตรา 10%







