
ขู่ลงโทษโรงก๊าซลอบขายLPGข้ามประเภท
กรมธุรกิจพลังงานออกกฎเหล็กคุมเข้มโรงบรรจุแอลพีจีห้ามลักลอบ-ขายแอลพีจีข้ามประเภทจากครัวเรือนไปลงปั๊ม
กรมธุรกิจพลังงานออกกฎเหล็กคุมเข้มโรงบรรจุแอลพีจีห้ามลักลอบ-ขายแอลพีจีข้ามประเภทจากครัวเรือนไปลงปั๊ม
นายวีระพล จิรประดิษฐกุล อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่าขณะนี้ได้เพิ่มบทลงโทษและการตรวจสอบการจำหน่ายก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ข้ามประเภททั้งในกทม.และต่างจังหวัดมากขึ้น รวมถึงการลักลอบนำไปจำหน่ายในประเทศเพื่อนบ้าน หลังมีการปรับโครงสร้างราคาแอลพีจี และทำให้แอลพีจีมี 3 ราคา สงผลให้ราคาภาคขนส่งและอุตสาหกรรม สูงกว่าแอลพีจีครัวเรือน ในขณะที่เทียบกับแอลพีจีไทยต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านมาก เป็นแรงจูงใจให้เกิดการทำผิดมากขึ้น
ทั้งนี้ได้เพิ่มบทลงโทษผู้กระทำผิดไว้หลายกรณี ได้แก่ การบรรจุก๊าซข้ามยี่ห้อ หรือไม่ปิดผนึก หากพบการกระทำผิดครั้งแรกจะแจ้งเตือนภาคทัณฑ์ ส่วนการกระทำผิดครั้งที่ 2จะต้องหยุดดำเนินกิจการเป็นระยะเวลา3เดือนจากเดิมกำหนดไว้แค่1เดือนและการทำผิดครั้งที่3จะเพิกถอนใบอนุญาต
นอกจากนี้ยังได้เพิ่มโทษกรณีโรงบรรจุนำก๊าซไปขายหรือจำหน่ายโดยไม่บรรจุใส่ถัง เช่นจำหน่ายให้ปั๊มแอลพีจี และการบรรจุก๊าซในถังที่ไมได้มาตรฐานมอก.การจะถูกลงโทษพักการใบอนุญาตประกอบกิจการเป็นเวลา 1 ปี จากเดิมกำหนดไว้ 1เดือน และหากการกระทำผิดครั้งที่ 2 จะถึงขั้นเพิกถอนใบอนุญาต
อย่างไรก็ตามการจำหน่ายแอลพีจีผิดประเภทจะมีความผิดตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี เรื่องกำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
สำหรับการนำแอลพีจีไปจำหน่ายประเทศเพื่อนบ้านที่มีชายแดนติดกับไทย เช่น สระแก้ว ระนอง ตราด และหนองคาย ถือกระทำผิดตามพ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง เพราะทำให้รัฐต้องจ่ายเงินอุดหนุนให้กับการใช้ในประเทศเพื่อนบ้าน โดยเมื่อเทียบกับราคาแอลพีจีไทยอยู่ที่ 18.13 บาท/ก.ก. มาเลเซีย อยู่ที่ 20 บาท/ก.ก. พม่า อยู่ที่ 34 บาท/ก.ก. กัมพูชา 46.44 บาท/ก.ก. เวียดนาม 59 บาท/ก.ก. และลาว 45.72 บาท
ด้านสถานการณ์การใช้แอลพีจียังมีการนำเข้าสูงต่อเนื่อง โดยขณะนี้ได้ปรับประมาณการตัวเลขนำเข้าเฉลี่ยอยู่ที่ 1.6-1.7 แสนตัน จากเดิม 1.3 แสนตัน เนื่องจากหลังเดือนพ.ค.เป็นต้นป โรงงานปิโตรเคมีจะเริ่มเดินเครื่องการผลิตมากขึ้นส่งผลให้มีความต้องการใช้แอลพีจีสูงขึ้นด้วย ในขณะที่ปริมาณการใช้แอลพีจีภาคอุตสาหกรรมเริ่มส่งสัญญาณการใช้ที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 5หมื่นตัน/เดือน จากก่อนหน้านี้อยู่ที่ 4 หมื่นตัน เป็นผลจากโรงงานอุตสากรรมเริ่มฟื้นตัวหลังประสบกับปัญหาน้ำท่วมและภาวะเศรษฐกิจ







