
กรณ์หวั่นคลังลดค่าเงินบาทกระทบศก.
ปชป.หวั่นคลังประกาศลดค่าเงินบาทกระทบเศรษฐกิจภาพรวม ย้ำหน้าที่ดูแลนโยบายการเงินเป็นของธปท.
ปชป.หวั่นคลังประกาศลดค่าเงินบาทกระทบเศรษฐกิจภาพรวม ย้ำหน้าที่ดูแลนโยบายการเงินเป็นของธปท.
นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เปิดเผยว่า การที่รมว.คลังระบุว่า จะมีการทำให้ค่าเงินบาทอ่อนเพื่อสนับสนุนการส่งออกนั้น เรื่องอัตราแลกเปลี่ยนเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ต้องระวังด้วยว่าสัญญาณที่ส่งออกไปจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจในภาพรวมหรือไม่ ที่สำคัญหน้าที่การกำกับดูแลการแลกเปลี่ยนโดยเฉพาะนโยบายการเงิน การดูแลอัตราดอกเบี้ย เป็นหน้าที่ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ดังนั้น อาจจะเกิดคำถามได้ว่าฝ่ายการเมืองพยายามแทรกแซงการทำงานของธปท.ได้
อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นและลดอัตราดอกเบี้ย จะมีผลกระทบในวงกว้าง เพราะขณะนี้ประชาชนกำลังเดือดร้อนจากเรื่องสินค้าราคาแพง อีกทั้ง ต้นตอมาจากนโยบายพลังงานของรัฐบาลนี้ ที่ทำให้ราคาพลังงานต่างๆทุกประเภทปรับตัวสูงขึ้น ถ้าจะยังมีนโยบายปรับลดอัตราดอกเบี้ยให้เงินอ่อนค่าลง เท่ากับว่ายิ่งทำให้ราคาที่จะต้องซื้อพลังงานจากต่างประเทศสูงขึ้น ประชาชนก็เดือดร้อนมากยิ่งขึ้น จึงต้องคิดให้ดีก่อนว่าจะเป็นอีกนโยบายที่ช่วยนายทุนเอื้อผู้ประกอบการขนาดใหญ่ ขณะเดียวกันจะเป็นนโยบายที่ทำให้ประชาชนเดือดร้อนหรือไม่
เมื่อถามว่า การลดค่าเงินบาทให้อ่อนตัวลงจะกระทบต่อเสถียรภาพทางการเมืองให้ผันผวนด้วยหรือไม่นายกรณ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาโชคดีที่ดูเหมือนว่าตลาดการเงินไม่ได้ให้น้ำหนักตามที่รมว.คลังกล่าว เพราะข้อเท็จจริงการที่ออกมาพูดเช่นนี้ ก็หาได้มีเครื่องมือมาช่วยกำหนดได้ว่าอัตราแลกเปลี่ยนจะต้องเป็นไปในทิศทางใด พูดไปก็มีแต่เสีย เพราะเครื่องมือที่แท้จริงจะอยู่ที่ธปท.เป็นหลัก ซึ่งมีกฏหมายเฉพาะให้ความเป็นอิสระในการตัดสินใจเรื่องเหล่านี้อยู่แล้วเพื่อประโยชน์ของเศรษฐกิจโดยรวม ดังนั้น รมว.คลังควรหันมาให้ความสำคัญในประเด็นที่เป็นปัญหากับชาวบ้านที่รัฐสภา
ขณะที่ เวลา 11.00 น. กลุ่มข้าราชกาารไทยรวมใจปลดแอกกบข. ได้ยื่นหนังสือต่อนายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.คลัง พร้อมระบุว่าจะมีการเจรจาเรื่องดัลกล่าวร่วมกัน 4 ฝ่าย ประกอบด้วย ประชาชน กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ฝ่ายการเมือง และปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อให้รัฐบาลช่วยแก้ไข ยืนยันว่าจะรีบดำเนินการเรื่องดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้ชุมนุมยังได้มอบหนังสือให้กับพล.อ.ธีรเดช มีเพียร ประธานวุฒิสภา พร้อมกล่าวว่า เอกสารที่ได้รับมานั้น จะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป โดยเรื่องดังกล่าวจะนำเข้าสู่สภาเพื่อพิจารณาก่อนส่งต่อให้วุฒิสภา และยืนยันว่าการดำเนินการเรื่องดังกล่าวจะไม่ช้าหรือสูญหายแน่นอน







