
เนเจอร์โนวายึดหัวหาดขายตรง
...เบ็ญจวรรณ
มีบริษัทผู้ผลิตสินค้าหลายราย ที่หันทิศธุรกิจจากค้าปลีกมาสู่ขายตรง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการแข่งขันในช่องทางค้าปลีกสูงขึ้นทุกปี และทำให้ต้นทุนของผู้ผลิตพุ่งขึ้นตามไปด้วย นี่คือเหตุผลหลักที่ทำให้เจ้าของสินค้าเหล่านี้ต้องหาทางออก และขายตรงก็เป็นคำตอบ
กลุ่มบริษัท เกร๊ทเตอร์อุยเฮง ในเครือเกร๊ทเตอร์ฟาร์ม่า ก็เช่นเดียวกัน เริ่มประสบปัญหาในช่องทางค้าปลีก โดยเฉพาะค้าปลีกข้ามชาติที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วในเมืองไทย กระทบทั้งผู้ผลิตและช่องทางร้านค้าปลีกแบบเดิม หรือโชห่วย ทำให้เกร๊ทเตอร์ฟาร์ม่า จึงต้องปรับตัว และตั้งบริษัท เนเจอร์โนวา ขึ้นมาเพื่อขยายธุรกิจในช่องทางขายตรงในปี 2549
อย่างไรก็ตาม การดำเนินธุรกิจขายตรงไม่ใช่เรื่องง่าย ช่วง 3 ปี ที่ได้ดำเนินธุรกิจนี้ บริษัทจึงยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร แต่ปีนี้ กลุ่มเกร๊ทเตอร์ฟาร์ม่า ได้หวนกลับมาลุยตลาดขายตรงอีกครั้ง โดยดึง
“กฤษณ์ เหลืองอร่าม” อดีตผู้บริหารมืออาชีพที่อยู่กับบริษัทขายตรงหลายแห่ง เข้ามาเป็นกรรมการ บริหารและผู้จัดการทั่วไป เพื่อบุกตลาดขายตรงอีกครั้ง“
วันนี้ เราพร้อมที่จะยึดตลาดขายตรงไทยอีกครั้ง โดยมีเป้าหมายว่าทุกครัวเรือนจะต้องมีสินค้าของเนเจอร์โนวา แต่แนวทางการดำเนินธุรกิจต้องไม่กระทบกระเทือนสมาชิก คงไว้ด้วยคุณธรรม จริยธรรม ในแบบอย่างของบริษัทแม่ที่ทำธุรกิจมา กว่า 60 ปี” กฤษณ์ กล่าวสำหรับบริษัทผู้ผลิตสินค้าหลายรายที่เข้าสู่ธุรกิจขายตรง ส่วนใหญ่จะค่อนข้างระมัดระวังในการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะบริษัทใหญ่ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก เพราะหากเร่งเร้า ปลุกกระแสอย่างหวือหวา อาจทำให้คนเข้าใจผิดว่าเป็นการปั่นกระแสได้ เช่นเดียวกับเนเจอร์โนวา ที่ช่วง 3 ปีนับตั้งแต่ก่อตั้ง จึงดำเนินธุรกิจแบบค่อยเป็นค่อยไป ใช้วิธีลองผิดลองถูก
แต่การเข้ามารุกธุรกิจขายตรงครั้งใหม่นี้ บริษัทมีเป้าหมายแน่นอนอย่างที่กล่าวแล้วข้างต้น จึงต้องทำการตลาดเชิงรุก โดยใช้งบลงทุนไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาทในปีนี้ เพื่อทำการตลาด เริ่มตั้งแต่ปรับแผนการจ่ายผลตอบแทนให้น่าสนใจ เป็นระบบที่ผสมผสานระหว่างยูนิเลเวล และแมชชิ่ง ที่ทำให้นักธุรกิจอิสระมีผลตอบแทนง่ายขึ้น
นอกจากนี้ จะบุกหนักเรื่องการสร้างแบรนด์ ด้วยวิธีการตลาดแบบแปลกๆ เช่น จัดโครงการโรดโชว์ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด โครงการติดป้ายได้โชค สำหรับผู้ติดป้ายเนเจอร์โนวา การแจกโบรชัวร์ รวมถึงการเปิดศูนย์ธุรกิจแบบโมบาย หรือศูนย์ธุรกิจเคลื่อนที่ โดยให้นักธุรกิจอิสระเป็นผู้ดำเนินการ ใช้เงินลงทุนราว 3 หมื่นบาท มีเป้าหมายจัดตั้งให้ครบทุกจังหวัดภายใน 6 เดือน จากนั้นจะขยายสู่ระดับตำบล
กฤษณ์ กล่าวว่า ด้วยศักยภาพของเกร๊ทเตอร์ฟาร์ม่า ซึ่งธุรกิจหลัก คือการจำหน่ายยาและเวชภัณฑ์ จึงมีความเป็นไปได้ว่าบริษัทจะจัดตั้งร้านค้าปลีกของตัวเอง ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างร้านขายยาและผลิตภัณฑ์ขายตรง รูปแบบคล้ายกับเชนค้าปลีกข้ามชาติอย่างบู๊ทและวัตสัน โดยบริษัทจะเปิดเป็นร้านต้นแบบก่อน ใช้เงินลงทุนไม่เกิน 1 ล้านบาท ก่อนขยายไปจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ
ในด้านผลิตภัณฑ์ มีจำนวนหลากหลายกว่า 100 รายการ อาศัยศักยภาพด้านการผลิตของกลุ่มเกร๊ทเตอร์ ที่จะคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ออกสู่ตลาดทุกไตรมาส โดยเร็วๆ นี้จะเปิดตัวโกโก้ลดน้ำหนัก และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารการ์เซนต์โกลด์ และยังมีสินค้านำเข้า จากคู่ค้าของเกร๊ทเตอร์ฟาร์ม่าในหลายประเทศทั่วโลก เช่น น้ำผลไม้ 100% จากประเทศเบลเยียม เป็นต้น
ทั้งนี้ บริษัทวางเป้าหมายยอดขายในปีนี้กว่า 50 ล้านบาท และเพิ่มเป็น 100 ล้านบาทในปีต่อไป และค่อยๆ ไต่ระดับไปเรื่อยๆ จนเป็น 1 ใน 5 ของผู้นำในธุรกิจขายตรงเมืองไทย อาจจะเร็วหรือช้า ก็ขึ้นอยู่กับการตอบรับผลิตภัณฑ์เนเจอร์โนวาของผู้บริโภค
“
ที่แน่นอน คือเราต้องการบุกตลาดต่างประเทศ ซึ่งได้เห็นแน่ภายใน 3 ปี จากนี้ โดยอาศัยเครือข่ายธุรกิจของเกร๊ทเตอร์ฟาร์ม่าในประเทศต่างๆ ซึ่งนั่นจะทำให้เนเจอร์โนวากลายเป็นแบรนด์ระดับนานาชาติ” กฤษณ์ กล่าวทิ้งท้าย






