posttoday
อีสท์ วอเตอร์ ยกวาระโลก ถึงเวลาบริหาร...น้ำ

อีสท์ วอเตอร์ ยกวาระโลก ถึงเวลาบริหาร...น้ำ

26 มีนาคม 2555

จากการประชุมในเวทีด้านน้ำระดับโลกครั้งที่ 6

โดย...สิทธิณี ห่วงนาค

จากการประชุมในเวทีด้านน้ำระดับโลกครั้งที่ 6 หรือ “6th World Water Forum” ที่เมืองมาร์กเซย ประเทศฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 12-17 มี.ค.ที่ผ่านมา ในประเด็น “ถึงเวลาหาทางออก” จากการหารือร่วมกับตัวแทนจากรัฐมนตรีใน 140 ประเทศ ที่ต่างมีความเห็นร่วมกันว่า “การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ” ถึงเวลาแล้วที่ควรจะถูกยกขึ้นเป็นวาระระดับโลก!!

ประพันธ์ อัศวอารี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก หรือ อีสท์ วอเตอร์ กล่าวว่า จากการประชุมดังกล่าว ใน 140 ประเทศ ต่างเห็นข้อสรุปร่วมกันว่าทางออกของการจัดการบริหารน้ำควรจะถูกยกขึ้นเป็น “วาระโลก” ที่ทุกประเทศจะต้องมีแผนดำเนินการระดับนโยบายของแต่ละประเทศ เพื่อบริหารจัดการน้ำทั้งในภาวะภัยแล้งและอุทกภัย ซึ่งเป็นผลมาจากความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศทั่วโลกในขณะนี้

อีสท์ วอเตอร์ ยกวาระโลก ถึงเวลาบริหาร...น้ำ

 

“หากไม่มีการบริหารจัดการรองรับเรื่องดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว ทุกประเทศจะเสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำได้ ขณะเดียวกันการเกิดอุทกภัยก็จะรุนแรงเพิ่มขึ้น จึงจำเป็นที่ทุกรัฐบาลจะต้องมีแผนบริหารจัดการเพื่อลดความเสี่ยงต่อภาวะดังกล่าว”

ขณะเดียวกัน จากการเข้าร่วมประชุมกลุ่มย่อยภายใต้หัวข้อการบริหารจัดการน้ำฯ ของการประชุม “เวิลด์ วอเตอร์ ฟอรัม” โดยบริษัท อีสท์ วอเตอร์ ซึ่งได้ร่วมเป็นองค์ปาฐกถาด้วยนั้น ที่ได้กล่าวถึงประสบการณ์การบริหารจัดน้ำในเขตอุตสาหกรรมชายฝั่งทะเลตะวันออกของบริษัท กรณีที่เกิดปัญหาภัยแล้งในปี 2554 ที่ผ่านมา

บริษัทในฐานะที่รับผิดชอบการบริหารจัดน้ำในเขตอุตสาหกรรมชายฝั่งทะเลตะวันออกของบริษัท พบว่ามีปริมาณน้ำฝนเพียง 50% ของปริมาณปกติ ส่งผลให้ปริมาณน้ำดิบในแหล่งน้ำที่บริษัทใช้เป็นวัตถุดิบและเป็นยอดขายถึง 92% ของบริษัท คือ อ่างเก็บน้ำดอกกราย อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหลและหนองค้อ ลดลงถึงจุดอันตราย ซึ่งบริษัทได้มีการแก้ไขปัญหาโดยการสูบน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติ เช่น แม่น้ำระยอง และซื้อน้ำจากแหล่งน้ำของเอกชนอื่นๆ เพื่อแก้ไขวิกฤตการขาดแคลนน้ำในขณะนั้น และนำมาซึ่งการวางแผนหาแหล่งน้ำเพิ่ม

ขณะที่โครงการลงทุนระยะยาวของบริษัทตั้งแต่ปี 2555 นี้ จะมีการลงทุนพัฒนาและหาแหล่งสำรองน้ำเพิ่มกว่า 5,000 ล้านบาท โดยเฉพาะจากวิกฤตอุทกภัยในพื้นที่ภาคกลาง ทำให้การขยายตัวของโรงงานอุตสาหกรรมหันมาใช้พื้นที่ภาคตะวันออก ที่คาดว่าจะมีการขยายตัวขึ้นของนิคมอุตสาหกรรมอีกประมาณ 1 หมื่นไร่ ทั้งใน จ.ฉะเชิงเทรา และชลบุรี เมื่อนิคมฯ เพิ่มขึ้นถึงการเติบโตของบ้านจัดสรร แรงงานถูกกฎหมายและไม่ถูกกฎหมายก็เพิ่มขึ้น

ดังนั้น การวางแผนสำรองน้ำของบริษัทจึงมองถึงความต้องการใช้ในอีก 10 ปีข้างหน้าเป็นอย่างน้อย โดยมีการลงทุนที่สำคัญคือ โครงการวางท่อส่งน้ำหนองปลาไหลมาบตาพุด ระยะที่ 3 ระยะทาง 34 กิโลเมตร สถานีสูบน้ำที่อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล 2,100 ล้านบาท เสร็จปี 2556 และแหล่งสำรองน้ำทับมา จ.ระยอง ขนาด 32.5 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ประมาณ 1,500 ล้านบาท จะใช้งานได้ประมาณ 3 ปีข้างหน้า

บริษัทยังเตรียมร่วมมือกับธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) โดยได้รับงบประมาณสนับสนุน 20 ล้านบาท เพื่อศึกษาโครงการผันน้ำจากเขื่อนรัชชประภา จ.สุราษฎร์ธานี ไปยังจังหวัดฝั่งอันดามันคือ จ.ภูเก็ต กระบี่ พังงา เพื่อใช้เป็นแหล่งน้ำดิบในพื้นที่ดังกล่าวที่มีการขยายตัวของการท่องเที่ยว และอนาคตการพัฒนาโครงการเซาท์เทิร์นซีบอร์ด พร้อมรอดูผลการศึกษาออกมาก่อนว่าคุ้มค่าต่อการลงทุนหรือไม่ในระยะยาว

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ