posttoday
รอบขาขึ้นของกลุ่มค้าปลีกมือถือและโรงพยาบาล

รอบขาขึ้นของกลุ่มค้าปลีกมือถือและโรงพยาบาล

26 มีนาคม 2555

รอบขาขึ้นของกลุ่มค้าปลีก มือถือ และโรงพยาบาลยังไม่จบ

โดย...พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ, CFP, ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.ธนชาต

รอบขาขึ้นของกลุ่มค้าปลีก มือถือ และโรงพยาบาลยังไม่จบ

ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ธนชาต ได้จัดทำการวิเคราะห์ผลตอบแทนย้อนหลัง 15 ปี โดยการแยกองค์ประกอบของ ROE (ดูปองท์โมเดล) และ ROIC ได้ผลสรุปว่า รอบการ ReRating ของ Multiple

กลุ่มค้าปลีก โทรคมนาคม และโรงพยาบาลยังไม่จบ

การวิเคราะห์ดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า ทำไมกลุ่มอุตสาหกรรมเหล่านี้ โดยเฉพาะค้าปลีก ราคาหุ้นยังสามารถปรับขึ้นสูงได้อีก แม้อาจมีมูลค่าแพง กลุ่มที่กล่าวมายังคงอยู่ในช่วงกลางของรอบของการเพิ่มมูลค่า

ส่วนการ Re-Rating ของกลุ่มธนาคารและอาหาร ได้ผ่านช่วงกลางสู่ช่วงจุดอิ่มตัวแล้ว ขณะที่กลุ่มพลังงานและอสังหาริมทรัพย์ได้ผ่านการ DeRating มาแล้วหลายปี และยังคงไม่มีปัจจัยใดที่จะส่งผลให้มีการ ReRate

ด้านผลตอบแทนของกลุ่มสื่อยังคงอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น แต่มูลค่าหุ้นได้ถูก DeRating ก่อนหน้าการเปิดเสรีอุตสาหกรรมสื่อที่ยังคงไม่มีความชัดเจน ส่วนกลุ่มสาธารณูปโภคและขนส่งแสดงถึงแนวโน้มการ De-Rating

อธิบายผลตอบแทน

กลุ่มค้าปลีก : การเติบโตของยอดขายสาขาเดิมที่สูงกว่าเงินเฟ้อ ความประหยัดจากการทำธุรกิจขนาดที่ใหญ่ขึ้น อำนาจการจัดซื้อสินค้าที่ดีขึ้น และสัดส่วนยอดขายที่มาจากกลุ่มที่ให้อัตรากำไรดีขึ้น โมเดิร์นเทรดที่ยังห่างจากเป้าหมายทางพื้นฐานมากสุด คือ MAKRO แถมให้อัตราเงินปันผลสูงสุดด้วย

กลุ่มโทรคมนาคม : ได้ประโยชน์โดยตรงจากความต้องการใช้งานแบบ 3จี โดยเฉพาะนันวอยซ์ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว รายได้กำลังจะเข้าสู่วัฏจักรการเติบโตรอบใหม่ ขณะที่การประมูลใบอนุญาต 3จี น่าจะเกิดในช่วงเดือน ก.ย.ต.ค.นี้ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนสัมปทานลงเป็นอย่างมาก ฐานะการเงินที่แข็งแกร่งและกระแสเงินสดที่อยู่ในเกณฑ์ดีมากยังทำให้ ADVANC, DTAC, INTUCH สามารถจ่ายปันผลในอัตราเกิน 6% แม้ในช่วงลงทุนทำ 3จี

กลุ่มโรงพยาบาล : มีความสามารถสูงขึ้นในการตั้งราคาการให้บริการ รวมถึงอำนาจต่อรองในการจัดซื้อ การใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์มีประสิทธิภาพดีขึ้น ขณะที่พลังผนึกจากการควบรวมกิจการยังออกมาอย่างต่อเนื่อง

กลุ่มอาหาร : การเพิ่มสัดส่วนยอดขายจากผลิตภัณฑ์ที่มีราคาสูงและอัตรากำไรไม่แกว่งผันผวน แต่สัดส่วนของสินค้าโภคภัณฑ์ทางการเกษตรยังคงเป็นธุรกิจที่ผันผวนตามวัฏจักร

กลุ่มธนาคาร : รอบการเติบโตแบบก้าวกระโดดของรายได้ค่าธรรมเนียม และการขยายตัวของส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ ถูกทดแทนด้วยการเติบโตของสินเชื่อ ท่ามกลางสถานการณ์ที่มีการแข่งขันสูง

กลุ่มพลังงาน : อยู่ในช่วงของผลตอบแทนต่ำและการขยายกิจการในโครงการที่มีความเสี่ยงสูงขึ้น และยังคงเป็นธุรกิจวัฏจักร

กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ : ยังคงอยู่ในรอบกำไรแบบปกติ โดยที่ยังคงเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจโดยรวม

กลุ่มสาธารณูปโภค : ผลตอบแทนของโครงการลงทุนใหม่ๆ (IRR) ต่ำกว่าในอดีต

การจำลองผลตอบแทน

เราได้รวมการวิเคราะห์ผลตอบแทนข้างต้น ซึ่งรวมแนวโน้มการเติบโตกับการประเมินมูลค่าผ่านอัตราส่วน PB/ROE เพื่อจำลองผลตอบแทนสำหรับแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรม จุดประสงค์ของการวิเคราะห์ครั้งนี้ก็เพื่อเปรียบเทียบโอกาสผลตอบแทนของแต่ละกลุ่ม

หลังปี 2558 ธุรกิจเหล่านี้จะเติบโตในอัตราที่ช้าลง รวมถึงการสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยผลตอบแทนจำลองของแต่ละกลุ่ม จะถูกคิดลดเพื่อดึงกลับมาเป็นมูลค่าในปี 2555 เรียงผลตอบแทนจากมากไปหาน้อยดังนี้ กลุ่มค้าปลีก โทรคมนาคม โรงพยาบาล ธนาคาร อาหาร อสังหาริมทรัพย์ สื่อ วัสดุก่อสร้าง พลังงาน ขนส่ง และสาธารณูปโภค

กลยุทธ์การลงทุน

ในระยะยาวเศรษฐกิจไทยจะเติบโตในอัตราที่ชะลอลง คือ อาจต่ำกว่าระดับ 3.5-4% หุ้น Top Pick ของเรายังคงเน้นไปที่กลุ่มอุตสาหกรรมที่กิจการจะมีมูลค่าเพิ่มพูน ดังนี้ ADVANC, BIGC, BGH, CPF, CPN, DTAC, MAKRO, INTUCH, TUF

พบกันใหม่สัปดาห์หน้าครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท