posttoday
ทริสจับตารับเหมาฯ

ทริสจับตารับเหมาฯ

26 มีนาคม 2555

ค่าจ้าง-น้ำมันพุ่งทุบมาร์จินลดธุรกิจดิ้นใช้เครื่องจักร-คุมโอทีโพสต์

ค่าจ้าง-น้ำมันพุ่งทุบมาร์จินลดธุรกิจดิ้นใช้เครื่องจักร-คุมโอทีโพสต์

ทริสเกาะติดรับเหมาฯ ความเสี่ยงพุ่ง กดมาร์จินแคบลง หลังค่าจ้างเงินเฟ้อทะยาน ผู้ประกอบการใช้เครื่องจักรแทนคนงาน ลดเวลาโอที

น.ส.สุชาดา พันธุ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิจัยอันดับเครดิต บริษัท ทริสเรทติ้ง เปิดเผยว่า ทริสได้ติดตามอย่างใกล้ชิดสำหรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับกลุ่มธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง หลังจากนโยบายค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท ที่รัฐบาลจะเริ่มใช้ในวันที่ 1 เม.ย.นี้ รวมถึงราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้ต้นทุนของผู้ประกอบการเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน และอนาคตก็จะส่งผลให้ความสามารถในการทำกำไรหรือมีอัตรากำไรขั้นต้นน้อยลง

จากการสอบถามผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน (บจ.) พบว่า ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากค่าจ้างที่เพิ่มขึ้นเป็น 300 บาท จะมากน้อยแค่ไหนก็จะขึ้นอยู่กับประเภทและการรับงานของผู้ประกอบการ เพราะถ้าหากรับงานภาครัฐก็จะมีค่า K ที่คอยสนับสนุนอยู่

นอกจากนี้ หากพิจารณาธุรกิจรับเหมาทั้งระบบ ก็จะพบว่าต้นทุนค่าจ้างนั้นอยู่ที่สัดส่วน 20-30% ของต้นทุนทั้งหมด และขณะนี้ในระบบนั้นพบว่าผู้ประกอบการมีการจ่ายค่าจ้างในส่วนของแรงงานที่มีฝีมือที่เกินกว่า 300 บาทอยู่แล้ว และมีประมาณ 50% ที่ยังจ่ายในระดับที่ต่ำกว่า 300 บาท ดังนั้นเมื่อค่าจ้างปรับตัวเพิ่มขึ้น ก็จะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการอย่างแน่นอน

“ผู้รับเหมาที่รับงานล่วงหน้าก่อนวันที่ 1 เม.ย. อาจได้รับผลกระทบเยอะ เพราะรับงานไปแล้ว แต่ค่าจ้างเพิ่มขึ้นภายหลัง ซึ่งไม่ได้ถูกนำไปคำนวณ ส่วนคนที่รับงานภาครัฐก็จะมีค่า K มาชดเชย แต่งานเอกชนก็ขึ้นอยู่กับแต่ละราย เพราะบางรายอาจจะขอปรับราคาได้ในภายหลัง” น.ส.สุชาดา กล่าว

นอกจากนี้ ภายหลังจากที่ บจ. ในกลุ่มธุรกิจรับเหมาก่อสร้างได้ประกาศงบการเงินออกมา ทริสก็จะมีการทบทวนอันดับเครดิตอีกครั้ง ซึ่งขณะนี้เห็นแล้วว่าบางบริษัทมีการลงทุนเยอะ ซึ่งอาจทำให้มีกำไรไม่พอจากงานด้านการบริการ

นายณรงค์ ทัศนนิพันธ์ ประธานกรรมการ บริษัท ซีฟโก้ (SEAFCO) กล่าวว่า ยอมรับว่าค่าจ้าง 300 บาท จะส่งผลกระทบต่อการทำธุรกิจ เพราะจะทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมานั้นบริษัทก็จ่ายค่าจ้างเกิน 300 บาทอยู่แล้ว และมีบ้างบางส่วนที่จ่ายต่ำกว่า 300 บาท แต่หลังจากใช้นโยบายค่าจ้างเพิ่มเป็น 300 บาท บริษัทก็จะต้องมีความเข้มงวดในการทำงานมากขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของการทำงานล่วงเวลาและค่าโอที รวมถึงงานใหม่ๆ ที่เข้าไปรับมาก็จะได้ปรับราคาเพิ่มขึ้นแล้ว ซึ่งอัตราก็จะขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในขณะนั้นๆ

นายณรงค์ กล่าวว่า บริษัทอาจจะต้องนำเครื่องจักรมาใช้ในการทำงานมากขึ้นด้วย และส่วนหนึ่งของการจะขอมติผู้ถือหุ้นเพิ่มทุนจดทะเบียน 64 ล้านหุ้นนั้น เงินส่วนหนึ่งที่ได้จะนำมาใช้ในการซื้อเครื่องจักรใหม่ประมาณ 30 ล้านบาท

สำหรับการทำธุรกิจปีนี้น่าจะดูดีขึ้น เพราะขณะนี้ได้เข้าไปทำงานรถไฟสายสีน้ำเงินแล้ว และปัจจุบันมีงานในมือที่ทำอยู่ประมาณ 1,200 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี

แหล่งข่าวจาก บริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ (NWR) ยอมรับว่า การขึ้นค่าจ้างจะส่งผลให้ต้นทุนของผู้ประกอบการทั้งระบบเพิ่มขึ้นแน่นอน

ปัจจุบันธุรกิจรับเหมาก่อสร้างจะมีการจ้างงานในสองลักษณะคือ การมีแรงงานเป็นของบริษัทเอง ซึ่งบริษัทประเภทนี้จะได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) แต่ก็จะมีข้อดีคือ ไม่มีปัญหาขาดแคลนแรงงาน ส่วนบริษัท ซิโนไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น (STEC) จะรับงานออกไป จึงได้รับผลกระทบจากค่าจ้างที่เพิ่มขึ้นไม่รุนแรงหนัก

“ค่าจ้างคือต้นทุนส่วนใหญ่ของบริษัท ซึ่งเมื่อเพิ่มขึ้นก็ส่งผลกระทบแน่นอน แต่หลังจากนี้ก็จะต้องดูว่าในการประกาศราคากลางของทางการนั้นจะมีการปรับขึ้นเพื่อครอบคลุมค่าจ้างด้วยหรือไม่ ซึ่งถ้าไม่มีการเข้าไปรับงานก็ไม่คุ้มและมีกำไรน้อย และขณะนี้ยอมรับว่าอุตสาหกรรมนี้อยู่ในภาวะขาดแคลนแรงงาน เพราะแรงงานส่วนใหญ่รอที่จะเข้ามาหลังค่าจ้างใหม่มีผลบังคับใช้”

สำหรับการทำธุรกิจในปีนี้คาดว่าจะมียอดขายประมาณ 5,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนอยู่ที่ 4,400 ล้านบาท เนื่องจากรับรู้รายได้จากการโอนคอนโดมิเนียมเข้ามา ส่วนรายได้จากธุรกิจรับเหมานั้นกำไรน่าจะอ่อนตัวลงหลังต้นทุนพุ่งขึ้น ทั้งจากค่าจ้างและราคาน้ำมัน

นายวัลลภ รุ่งกิจวรเสถียร กรรมการผู้จัดการ STEC กล่าวยอมรับว่า ค่าจ้างที่เพิ่มขึ้นจะทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งบริษัทก็จะนำเครื่องจักรเข้ามาใช้ในการทำงานมากขึ้นเพื่อลดต้นทุน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท