
วิริยะประกันฯเตรียมเป็นมหาชน
ภายในเม.ย.ตามเกณฑ์คปภ.เกณฑ์คปภ.ตั้งเป้าเบี้ยรับรวม2.5หมื่นล.
ภายในเม.ย.ตามเกณฑ์คปภ.เกณฑ์คปภ.ตั้งเป้าเบี้ยรับรวม2.5หมื่นล.
วิริยะประกันภัยเตรียมแปลงสภาพเป็นบริษัทมหาชน รองรับการเปิดเสรี
น.ส.กานดา วัฒนายิ่งสมสุข ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท วิริยะประกันภัย เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนที่จะแปลงสภาพเป็นบริษัทมหาชน จากปัจจุบันที่เป็นบริษัทจำกัด แต่ไม่นำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพราะผู้ถือหุ้นมีเงินทุนเพียงพอที่จะสนับสนุนการดำเนินธุรกิจ
ทั้งนี้ จะมีการยื่นเรื่องดังกล่าวต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ในเดือน เม.ย.นี้ เพื่อรองรับการเปิดเสรีในอนาคต และให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่ทาง คปภ.กำหนดให้บริษัทประกันภัยต้องแปลงเป็นบริษัทมหาชนภายในปี 2559 จึงต้องมีการปรับเปลี่ยนให้ทันสมัยและจะมีการปรับปรุงการทำงานอีกมาก
สำหรับข้อดีในการเป็นบริษัทมหาชน คือ สามารถที่จะขยายงานเข้าไปรับประกันภัยในส่วนของภาครัฐวิสาหกิจใหญ่ๆ ได้
นายกฤษณ์ หิญชีระนันทน์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด กล่าวว่า ปีนี้บริษัทตั้งเป้าเบี้ยรับรวมที่ 2.5 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% จากปี 2554 ที่มีเบี้ยรับรวม 2.1 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นการเติบโตในระดับใกล้เคียงกับภาพรวมของอุตสาหกรรมที่
คาดว่าปีนี้เบี้ยรับรวมทั้งระบบจะเพิ่มขึ้น 20% หรือประมาณ 1.6 แสนล้านบาท โดยเชื่อว่าจากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่เมื่อปลายปีที่ผ่านมาจะส่งผลให้ประชาชนหันมาตระหนักถึงความสำคัญของการทำประกันภัยเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากในปีที่ผ่านมาเข้าใจว่าเป็นอีกวิธีการหนึ่งที่สามารถช่วยลดความกังวลใจและสามารถบรรเทาความเสียหายที่เกิดขึ้นจากภัยพิบัติต่างๆ ได้
สำหรับกลยุทธ์การดำเนินงานในปีนี้บริษัทยังคงมุ่งเน้นเรื่องการ บริการเพื่อให้ลูกค้าได้รับความพึงพอใจสูงสุด โดยมีแผนที่จะขยายจำนวนศูนย์ปฏิบัติการสินไหมให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศได้มากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีสถิติการเคลมค่อนข้างสูง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพงานด้านบริการ
นายนที ไชยกาล ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสินไหมทดแทน กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมาวิริยะมีสถิติการเคลมรถคันเอาประกันภัยทั้งภาคบังคับและภาคสมัครใจรวมทั้งสิ้น 6.48 แสนเคลม คิดเป็นจำนวนเงินสินไหมที่จ่ายจริงกว่า 1 หมื่นล้านบาท โดยไม่รวมกับค่าสินไหมจากวิกฤตน้ำท่วมที่จ่ายให้กับลูกค้าแล้วเกือบ 1,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ปัจจุบัน บริษัท วิริยะประกันภัย มีทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 2,000 ล้านบาท มีอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (CAR ratio) ณ ไตรมาส 3 ของปี 2554 อยู่ที่ 260%







