
‘ซิงเกอร์’แย้มกำไรพุ่งเท่าตัว
กลยุทธ์ใหม่ดันไตรมาสแรกสวยมองดีเพิ่มเป้ารายได้โตกว่า20%
กลยุทธ์ใหม่ดันไตรมาสแรกสวยมองดีเพิ่มเป้ารายได้โตกว่า20%
SINGER ลั่นไตรมาสแรก กำไรโตจากช่วงเดียวกันปีก่อน 100% กลยุทธ์ได้ผลขายสินค้าเพิ่ม ธุรกิจใหม่ดันมาร์จินระยะยาว
นายบุญยง ตันสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย (SINGER) เปิดเผยว่า กำไรไตรมาสแรกปี 2555 น่าจะเติบโตอย่างก้าวกระโดดจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 100% ที่ทำได้ 25 ล้านบาทซึ่งเป็นผลจากการวางกลยุทธ์ของบริษัทที่เริ่มขายสินค้าที่มีมูลค่าที่สูงขึ้นและเจาะฐานลูกค้ารายใหม่เพิ่ม
ขณะเดียวกันยังได้แรงเสริมจากกำลังฟื้นตัวหลังน้ำท่วมที่ส่งผลให้รายได้ไตรมาสแรกน่าจะเติบโตได้ถึง 25% โดยเป็นยอดขายที่สูงขึ้นทั้งจากสินค้าประเภทเชิงพาณิชย์และครัวเรือน
อย่างไรก็ดี จากกลยุทธ์และกำลังซื้อที่กลับมาทำให้บริษัทเพิ่มเป้าการเติบโตรายได้ปีนี้มากกว่า 20% จากปีก่อนที่ทำได้ 2,398 ล้านบาท จากเดิมคาดโตเพียง 15%
ส่วนปัจจัยการปรับค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 300 บาท ในวันที่ 1 เม.ย.นี้ บริษัทได้รับประโยชน์ทำให้ลูกค้ามีกำลังซื้อมากขึ้น แต่ปัจจัยนี้จะส่งผลกับรายได้และกำไรน้อยกว่ากลยุทธ์ของบริษัท
ด้านอัตรากำไรสุทธิปี 2555 คาดว่าจะเพิ่มเป็น 8% จากปีก่อน 7% และคาดว่าปี 2556 จะทำได้ถึง 10% เนื่องจากตั้งแต่เดือน มี.ค. ที่ผ่านมา บริษัทได้เริ่มรุกธุรกิจใหม่ที่เน้นงานด้านบริการซิงเกอร์ เซอร์วิส เพื่อเจาะฐานลูกค้ากลุ่มบนในเขตกรุงเทพฯ และธุรกิจบริการจะสร้างรายได้ในปีนี้เป็นปีแรกถึง 20 ล้านบาท
“ซิงเกอร์ เซอร์วิส เป็นเพียงหน่วยธุรกิจใหม่ แต่อนาคตเรามีแผนตั้งเป็นบริษัทใหม่ เพราะธุรกิจนี้จะสร้างกำไรที่ดีในระยะยาวมีอัตรากำไรสุทธิถึง 25% ซึ่งสูงกว่าระดับปกติเฉลี่ยที่ 7% เนื่องจากมีต้นทุนคงที่ใช้บุคลากรฝ่ายช่างซ่อมที่มีอยู่แล้ว แต่ในอนาคตน่าจะมีการรับช่างเพิ่มอีกประมาณ 100 คน จากปัจจุบันมีทั้งหมด 180 คน” นายบุญยง กล่าว
สำหรับการขยายงานไปที่ประเทศพม่าตอนนี้อยู่ระหว่างเจรจาเรื่องราคากับตัวแทนจำหน่ายสินค้า ซึ่งคาดว่าไตรมาส 2 จะได้ข้อสรุป 1 แห่ง โดยสินค้าตัวแรกที่นำไปบุกตลาดคือ เครื่องตู้แช่เย็น ซึ่งปัจจุบันส่งให้ตัวแทนที่ลาวเท่านั้น
นายบุญยง กล่าวว่า บริษัทคาด ว่าจะออกหุ้นกู้ล็อตแรกได้ภายในเดือน พ.ค.นี้ ประมาณ 150 ล้านบาท จากที่มีแผนจะออกหุ้นกู้ทั้งหมด 750 ล้านบาท เพื่อไปรีไฟแนนซ์เงินกู้ที่มีอยู่กว่า 700 ล้านบาท ดอกเบี้ยถึง 7.5% ขณะที่ดอกเบี้ยหุ้นกู้น่าจะอยู่ที่ประมาณ 5% ทำให้มีต้นทุนดอกเบี้ยที่ถูกลง 1.5%







