
แผนพีดีพีฉบับใหม่จ่อสร้างโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก 4 แห่ง
แผนพีดีพีฉบับใหม่เตรียมสร้างโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก 4 แห่ง กำลังการผลิต 250 เมกกะวัตต์ต่อโรง เพื่อใช้เดินเครื่องในช่วงที่ความต้องการใช้ไฟสูง
แผนพีดีพีฉบับใหม่เตรียมสร้างโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก 4 แห่ง กำลังการผลิต 250 เมกกะวัตต์ต่อโรง เพื่อใช้เดินเครื่องในช่วงที่ความต้องการใช้ไฟสูง
นายณอคุณ สิทธิพงศ์ รองปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ภายในแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ.2553-2573 หรือพีดีพี 2010 จะมีการสร้างโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก กำลังการผลิตแห่งละ 250 เมกะวัตต์ เพื่อเข้ามาบริหารการใช้ไฟ ในช่วงเวลาที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง จำนวน 4 แห่ง เพื่อป้องกันปริมาณไฟฟ้าไม่เพียงพอในช่วงที่มีความต้องการใช้ไฟสูงในแต่ละช่วงของปี และใช้เงินลงทุนในจำนวนที่ไม่มากนัก
ทั้งนี้ โรงไฟฟ้าดังกล่าวจะใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิง ซึ่งจะทำให้ต้นทุนการผลิตต่อหน่วยแพงกว่าปกติประมาณ 2-3 เท่า แต่โรงไฟฟ้าประเภทนี้จะเดินเครื่องในระยะเวลาสั้นๆ เฉพาะเวลาที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงเท่านั้น ต่างจากโรงไฟฟ้าทั่วไปที่จะเดินเครื่องตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งจะช่วยลดการลงทุนในโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ และช่วยลดปริมาณสำรองไฟฟ้าได้อีกด้วย โดยตามแผนคาดว่าปริมาณสำรองไฟฟ้าทั้งระบบจะอยู่ประมาณ 15% ของปริมาณไฟฟ้าทั้งหมด ซึ่งเป็นอัตราที่ปลอดภัยและมีความมั่นคง สามรถป้องกันปัญหาไฟตก ไฟดับได้
นายณอคุณ กล่าวว่า สำหรับการจัดรับฟังความคิดเห็นร่างแผนพีดีพีในวันที่ 8 มี.ค. 2553 น่าจะสามารถสรุปรายละเอียดทั้งหมดได้แล้ว ทั้งเรื่องจำนวนโรงไฟฟ้า และแหล่งเชื้อเพลิงที่จะนำมาผลิตไฟฟ้า โดยคาดว่าปริมาณการใช้ก๊าซธรรมชาติจะลดลงเหลือ 40% จากเดิมที่พึ่งพาการใช้ก๊าซธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้าอยู่ที่ระดับ 70% การใช้พลังน้ำ และการซื้อไฟฟ้าจากต่างประเทศ 20% นิวเคลียร์ไม่เกิน 10% พลังงานทดแทน 5% และอื่นๆ อีก 25% ซึ่งภายในแผนจะจัดให้มีการกระจายแหล่งเชื้อเพลิงมากขึ้น ส่วนการจัดทำพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าใหม่ ขณะนี้ได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ไปศึกษารายละเอียด
ขณะที่จำนวนโรงไฟฟ้าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ตามแผนแล้วจะมีจำนวน 5 แห่ง หรือคิดเป็นกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 5,000 เมกกะวัตต์
อย่างไรก็หลังจากการสรุปรายลละเอียดทั้งหมด จะนำข้อมูลเข้านำเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) และเสนอให้ครม. อนุมัติต่อไป







