
กสทช.ถกเอกชนเล็งลดค่าSMSต่ำกว่า3บาท
กสทช.ถกค่ายมือถือ-ผู้จัดรายการ ลดราคาเอสเอ็มเอสต่ำกว่า 3 บาท พร้อมเร่งออกประกาศคุมสแปมภายใน 1 ปี
กสทช.ถกค่ายมือถือ-ผู้จัดรายการ ลดราคาเอสเอ็มเอสต่ำกว่า 3 บาท พร้อมเร่งออกประกาศคุมสแปมภายใน 1 ปี
น.พ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. เปิดเผยว่า จะเรียกผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่และผู้จัดรายการที่เปิดให้ส่งข้อความสั้น หรือ เอสเอ็มเอสร่วมรายการมาหารือเพื่อขอความร่วมมือให้ลดราคาค่าบริการเอสเอ็มเอสต่ำกว่า 3 บาท จากเดิมที่เก็บค่าบริการเฉลี่ยครั้งละ 3-6 บาท ซึ่งสูงเกินกว่าอัตราต้นทุนของผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ 8-16 เท่า
ทั้งนี้ เนื่องจากตามประกาศว่าด้วยการใช้และเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม พ.ศ.2549 ที่กำหนดให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือแต่ละรายเสนอต้นทุนที่แท้จริงและพบว่า อัตราต้นทุนเอสเอ็มเอสอยู่ที่ไม่เกิน 37 สตางค์ต่อข้อความเท่านั้น ดังนั้น ค่าบริการที่เรียกเก็บในปัจจุบันจึงสูงเกินไป
นอกจากนี้ จะเร่งออกประกาศหลักเกณฑ์กสทช. เรื่อง การควบคุมบริการเอสเอ็มเอสให้เสร็จเร็วขึ้นภายใน 1 ปี จากเดิมที่ พ.ร.บ.กสทช.กำหนดให้เสร็จภายใน 2 ปี เพื่อนำมาใช้ควบคุมบริการเอสเอ็มเอสในทุกรูปแบบ รวมไปถึงการควบคุมเอสเอ็มเอสที่เกี่ยวกับการพนันให้เข้มงวดมากขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมรับเทศกาลฟุตบอลยูโรในช่วงเดือน มิ.ย.นี้
นายสรยุทธ สุทัศนจินดา ผู้ดำเนินรายการเรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 กล่าวว่า พร้อมให้ความร่วมมือกับกสทช.ในการกำหนดค่าบริการเอสเอ็มเอสที่เหมาะสม หาก เห็นว่าค่าบริการที่เรียกเก็บในปัจจุบันสูงเกินไป เพราะการเปิดให้ผู้ชมส่งเอสเอ็มเอสเข้ามาพูดคุยในรายการนั้น เป็นการสื่อสารแบบสองทาง ซึ่งผู้ชมสามารรถแจ้งข่าวหรือเบาะแสจากทั่วประเทศได้ และที่ผ่านมาทางรายการไม่ได้ให้ความสำคัญกับรายได้จากเอสเอ็มเอสอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม ไม่ต้องการให้ยกเลิกการส่งเอ็มเอสไปเลย เพราะการเจรจาควรอยู่บนพื้นฐานที่ว่าผู้ประกอบการอยู่รอดได้และประชาชนรับได้ จึงจะเรียกว่าอยู่ในอัตราที่เหมาะสม
ด้าน น.ส.นันทนี วงศ์อำนิษฐกุล ผู้อำนวกยารฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท ทรู วิชั่นส์ เจ้าของรายการเรียลิตี้ ทรู อะคาเดมี แฟนเทเชีย กล่าวว่า ผู้จัดรายการพร้อมลดค่าบริการเอสเอ็มเอส แต่ต้องเป็นอัตราที่ไม่ต่ำมากจนเกินไป เนื่องจากสัดส่วนรายรับจาก บริการเอสเอ็มเอสที่เปิดให้ผู้ชมร่วมโหวต คือ ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือได้รับ 50% ส่วน 50% ที่เหลือจะแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ ทางสถานีโทรทัศน์ เจ้าของรายการ และผู้ทำระบบเอสเอ็มเอส ส่งผลให้ผู้จัดไม่ได้มีรายรับจากบริการนี้มากนัก
ทั้งนี้ ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือแต่ละรายได้ควบคุมค่าใช้จ่ายในระดับหนึ่งแล้ว โดยกำหนดเพดานค่าบริการที่ 5,000 บาทสำหรับผู้ใช้ระบบรายเดือน หรือ โพสต์เพด ซึ่งทำให้ไม่สามารถทุ่มโหวตได้เป็นหลักแสนบาทอยู่แล้ว แต่หากเป็นการโหสตผ่านระบบเติมเงิน หรือ พรีเพด ถือเป็นความสมัครใจของผู้โหวตเอง เพราะการใช้งานพรีเพดแสดงให้เห็นว่าไม่ต้องการผูกติดกับค่าใช้จ่ายตามระบบอยู่แล้ว
ที่ผ่านมา มีรายได้จากการเปิดโหวตผ่านเอสเอ็มเอสรายการอะคาเดมี แฟนเทเชีย ซีซั่นละประมาณ 30 ล้านบาท หรือยอดส่งเอสเอ็มเอสรวม 10 ล้านครั้ง







