
ยิ่งลักษณ์สนดิสนีย์
ให้เอกชนเร่งศึกษาลงทุนยาว รับร่วมเล่นเรียลิตีโชว์ท่องเที่ยว
ให้เอกชนเร่งศึกษาลงทุนยาว รับร่วมเล่นเรียลิตีโชว์ท่องเที่ยว
“ยิ่งลักษณ์” รับหลักการลงทุนดิสนีย์แลนด์ เร่งเอกชนศึกษา แนะควรเชื่อมโยงช่วยแหล่งท่องเที่ยวอื่นด้วย พร้อมรับปาก เป็นพรีเซนเตอร์เรียลิตีโชว์
นายเจริญ วังอนานนท์ ประธานสมาคมไทยบริการท่องเที่ยวและโฆษกเฟตตา กล่าวหลังหารือกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ถึงแผนพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ว่า นายกรัฐมนตรีเห็นชอบในหลักการที่ภาคเอกชนได้เสนอให้ประเทศไทยลงทุนก่อสร้างดิสนีย์แลนด์ เพื่อใช้เป็นแม่เหล็กขนาดใหญ่ในการจูงใจนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศ
นายกฯ ให้เอกชนเร่งศึกษาการลงทุนท่องเที่ยวดังกล่าว โดยให้การลงทุนนี้เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ รวมถึงต้องการผลักดันให้การลงทุนท่องเที่ยวดังกล่าวสร้างการเติบโตให้การท่องเที่ยวในระยะยาว ทั้งให้เอกชนไประดมสมองกับภาครัฐและฝ่ายอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางร่วมกันว่าโครงการดังกล่าวจะใช้รูปแบบการลงทุนลักษณะใด
“ผมต้องการผลักดันให้ไทยมีดิสนีย์แลนด์เป็นอันดับต่อไปของโลกให้ได้ เพื่อสร้างจุดขายใหม่ๆ ให้ประเทศ จะเห็นได้ว่าช่วง 40-50 ปีที่ผ่านมา เมืองไทยไม่เคยมีการลงทุนสร้างแหล่งท่องเที่ยวประเภทแมนเมดขึ้นมาเป็นแมกเน็ตดึงคนมาเที่ยวเลย” นายเจริญ กล่าว
รวมทั้งจะเสนอให้รัฐบาลผลักดันโครงการเมกะโปรเจกต์ท่องเที่ยว เพื่อเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวในภูมิภาคต่างๆ เช่น ไดโนพาร์คอีสาน ริเวียราเมืองไทย และกระเช้าขึ้นดอยสุเทพ ซึ่งโครงการเหล่านี้จะตั้งแท่นในระดับกระทรวง และเสนอให้ฝ่ายนโยบายผลักดันต่อไป
นายเจริญ กล่าวว่า นายกฯ ยังได้รับข้อเสนอเอกชนเป็นพรีเซนเตอร์รายการเรียลิตีโชว์ในสถานที่ท่อง เที่ยวในไทย ซึ่งจะไม่ใช่ที่พัทยาหรือสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอยู่แล้ว แต่จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่น่าสนใจและเหมาะกับบุคลิกนายกฯ เช่น ทุ่งบัวตองที่ภาคเหนือ
“นายกฯ อาจสละเวลา 1-2 วัน มาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวแบบเรียลิตีโชว์ โดยเฉพาะปีนี้ที่เรากำหนดให้เป็นมิราเคิล ไทยแลนด์ เยียร์ เท่านี้ก็ทำให้การท่องเที่ยวคึกคัก” นายเจริญ กล่าว
ทั้งนี้ นายกฯ รับข้อเสนอที่จะจัดทุนอบรมภาษาแต่ละภาษาให้มัคคุเทศก์ฟรี แต่มีเงื่อนไขว่าต้องผ่านการทดสอบเบื้องต้น มีกิริยามารยาทดี เพราะต้องยอมรับว่าไทยมีจำนวนมัคคุเทศก์มาก แต่ยังขาดคุณภาพ
สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) รายงานให้นายกฯ รับทราบแผนแก้ปัญหาความแออัดที่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยเฉพาะความล่าช้าในการตรวจคนเข้า-ออกตามพิธีการศุลกากร ซึ่ง สตม.ระบุว่า ในวันที่ 11 เม.ย.นี้ จะนำเครื่องสแกนพาสปอร์ตอัตโนมัติสำหรับคนไทย ซึ่งช่วยเวลาการตรวจคนเข้าเมืองได้ แต่มีเพียง2-3 เครื่องเท่านั้น
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ในการหารือกับตัวแทนสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และสหพันธ์สมาคมท่องเที่ยวไทย (เฟตตา) ได้แนวทางสร้างรายได้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเป็น 2 ล้านล้านบาทในปี 2558 โดยจะเป็นรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 1.45 ล้านล้านบาท







