
ทีโอทีตั้งบริษัทเข้าตลาด
หลังรับโอนสินทรัพย์เอไอเอส เมื่อสิ้นอายุสัมปทานในอีก3ปี
หลังรับโอนสินทรัพย์เอไอเอส เมื่อสิ้นอายุสัมปทานในอีก3ปี
ทีโอที เจรจาเอไอเอส เร่งประเมินทรัพย์สิน ก่อนหมดสัญญาสัมปทานปี 2558 ตั้งบริษัทลูกทาวเวอร์โคเข้าตลาดหุ้น เดินหน้าลงทุน 4จี 3 หมื่นล้าน
นายพันธ์เทพ จำรัสโรมรัน ประธานกรรมการ หรือบอร์ดบริษัท ทีโอที เปิดเผยว่า ได้หารือกับนายสมประสงค์ บุญยะชัย ประธานกรรมการบริหารกลุ่มอินทัช เพื่อเลือกบริษัทประเมินทรัพย์สินของบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส ซึ่งทีโอทีจะได้รับทรัพย์สินดังกล่าวจากการเป็นเจ้าของสัญญาสัมปทานหลังสัญญาสิ้นสุดในปี 2558
ทั้งนี้ สัญญาของเอไอเอสเป็นรูปแบบ สร้าง โอน ให้บริการ หรือบีทีโอ ซึ่งทรัพย์สินทั้งหมดจะตกเป็นของทีโอทีเมื่อหมดสัมปทาน ดังนั้นทีโอทีจึงต้องเร่งดำเนินการประเมินมูลค่าทั้งหมดที่มีอยู่ เพื่อสามารถวางแผนการลงทุนในอนาคตได้ว่า ควรจะลงทุนในรูปแบบใดและมูลค่าเท่าใด
เบื้องต้น ทีโอทีมีแผนจะตั้งบริษัทลูกเพื่อลงทุนโครงข่ายให้เอกชนเช่าใช้ (Tower Co) โดยจะนำบริษัทนี้เข้ากระจายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยมีทีโอทีเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ และเปิดให้เอกชนรายอื่นที่สนใจเข้ามาดำเนินการร่วมกัน ซึ่งการที่บริษัทอยู่ในตลาดหลักทรัพย์นั้น เพื่อแสดงถึงความคล่องตัวและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการทุกราย ว่าการลงทุนร่วมกันเกิดขึ้นได้จริง
“ที่ผ่านมาอุตสาหกรรมโทรคมนาคมเดินทางผิด จากการที่ลงทุนโครงข่ายซ้ำซ้อนกันอย่างมาก ถือเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย และหากยังปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไปอีก ในอนาคตจะไม่สามารถสู้หรือแข่งขันได้ เมื่อต้องเปิดเขตเศรษฐกิจเสรีอาเซียน หรือเออีซี ในปี 2558 หรืออีก 3 ปีที่จะถึงนี้” นายพันธ์เทพ กล่าว
นอกจากการตั้งบริษัทลูกแล้ว ทีโอทียังมีแผนลงทุนโครงข่าย 3จี เฟส 2 ควบคู่ไปกับเทคโนโลยีแอลทีอี หรือ 4จี ซึ่งคณะทำงานได้เสนอของบลงทุน 3 หมื่นล้านบาท ลงทุนสถานีฐาน 1.5 หมื่นสถานีฐาน หรือเฉลี่ยลงทุนสถานีฐานละ 2 ล้านบาท แต่คาดว่าอาจใช้งบลงทุนน้อยกว่านั้น เนื่องจากการลงทุนเฟส 2 จะลงทุนโดยใช้สถานีฐานของเอไอเอสที่มีอยู่แล้ว 1.2 หมื่นสถานีฐาน หากรวมสถานีฐานทั้งหมดของทีโอทีที่สร้างเองอีก 5,000 สถานีฐาน จะทำให้ทีโอทีมีสถานีฐานให้บริการ 3จี มากที่สุดในไทย 1.7 หมื่นสถานีฐาน ส่งผลให้ทีโอทีอาจไม่ต้องลงทุนเองทั้งหมด 1.5 หมื่นสถานีฐาน
นายพันธ์เทพ กล่าวว่า การเร่งดำเนินการของทีโอทีในเรื่องต่างๆ เพื่อมุ่งสู่การเป็นผู้ให้บริการหลักของประเทศ และลดการลงทุนโครงข่ายซ้ำซ้อนกันตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งทีโอทีตั้งเป้าดำเนินการให้เห็นเป็นรูปธรรมใน 3 ปี
อย่างไรก็ตาม ทีโอทีจะขอคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ให้ใบอนุญาตให้บริการ หรือไลเซนส์ 2.3 กิกะเฮิรตซ์ จำนวน 15 ปี แม้ว่าเงื่อนไขของ กสทช.กำหนดจะให้อายุสัญญาในใบอนุญาตน้อยกว่านี้ก็ตาม เนื่องจากไลเซนส์ของทีโอทีได้รับจากการที่ทีโอทียอมคืนคลื่นจำนวน 34 เมกะเฮิรตซ์ ให้ กสทช.







