
ทีโอทีเร่งเจรจาเอไอเอส
ทีโอทีเจรจาเอไอเอส เร่งประเมินทรัพย์สินก่อนหมดสัญญาสัมปทาน ตั้งบริษัทลูกทาวเวอร์โคเข้าตลาด เดินหน้าลงทุน 4 จี 3 หมื่นล้านบาท
ทีโอทีเจรจาเอไอเอส เร่งประเมินทรัพย์สินก่อนหมดสัญญาสัมปทาน ตั้งบริษัทลูกทาวเวอร์โคเข้าตลาด เดินหน้าลงทุน 4 จี 3 หมื่นล้านบาท
นายพันธ์เทพ จำรัสโรมรัน ประธานกรรมการ หรือ บอร์ด บริษัท ทีโอที เปิดเผยว่า ได้หารือกับนายสมประสงค์ บุญยะชัย ประธานกรรมการบริหารกลุ่มอินทัช เพื่อเลือก บริษัทประเมินทรัพย์สินของ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส ที่ทีโอทีจะได้รับจากการเป็นเจ้าของสัญญาสัมปทาน และสัญญากำลังจะสิ้นสุดในปี 2558
ทั้งนี้ สัญญาของเอไอเอส เป็นในรูปแบบ สร้าง โอน ให้บริการ หรือ บีทีโอ ซึ่งทรัพย์สินทั้งหมดจะตกเป็นของทีโอทีเมื่อหมดสัมปทาน ดงนั้น ทีโอที จึงต้องเร่งดำเนินการประเมินมูลค่าทั้งหมดที่มีอยู่เพื่อ วางแผนการลงทุนในอนาคตได้ว่า ควรจะลงทุนในรูปแบบใด และ มูลค่าเท่าใด
เบื้องต้น ทีโอทีมีแผนจะตั้งบริษัท ลูกเพื่อลงทุนโครงข่ายให้เอกชนเช่าใช้ (Tower Co) โดยจะนำบริษัทนี้เข้ากระจายหุ้นตลาดหลักทรัพย์มีทีโอทีเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ และ เปิดให้เอกชนรายอื่นที่สนใจเข้ามาดำเนินการร่วมกัน ซึ่งการที่บริษัทอยู่ในตลาดหลักทรัพย์นั้นเพื่อแสดงถึงความคล่องตัวและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการทุกรายว่าการลงทุนร่วมกันเกิดขึ้นได้จริง
“ที่ผ่านมา อุตสาหกรรมโทรคมนาคมเดินทางผิด จากการที่ลงทุน โครงข่ายซ้ำซ้อนกันอย่างมาก ถือเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย และหากยังปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไปอีก ในอนาคตจะไม่สามารถสู้หรือแข่งขันได้เมื่อต้องเปิดเออีซี” นายพันธ์เทพกล่าว
นอกจากการตั้งบริษัทลูกแล้ว ทีโอทียังมีแผนลงทุนโครงข่าย 3 จีเฟส 2 ควบคู่ไปกับเทคโนโลยีแอลทีอี หรือ 4 จี ซึ่งคณะทำงานได้เสนองบการลงทุนที่ 3 หมื่นล้านบาท แต่คาดว่าจะต่ำกว่านั้น เนื่องจากการลงทุนเฟส 2 นั้นจะลงทุนโดยใช้สถานีฐานของเอไอเอสที่ที่มีอยู่แล้ว 1.2 หมื่นสถานีฐาน ส่งผลให้ทีโอทีอาจไม่ต้องลงทุนเองทั้งหมด 1.5 หมื่นสถานีฐาน
นายพันธ์เทพ กล่าวว่า การเร่งดำเนินการของทีโอทีในเรื่องต่างๆ เพื่อมุ่งสู่การเป็นผู้ให้บริการหลักของประเทศ และลดการลงทุนโครงข่ายซ้ำซ้อนกันตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งทีโอทีตั้งเป้าดำเนินการให้เห็นเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจนภายใน 3 ปี
อย่างไรก็ตาม ทีโอทีจะ ขอ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ให้ใบอนุญาตให้บริการ หรือ ไลเซ่นส์ 2.3 กิกะเฮิร์ตซ จำนวน 15 ปี แม้ว่าเงื่อนไขของกสทช.จะน้อยกว่านี้ก็ตาม เนื่องจากไลเซ่นส์ของทีโอทีได้รับจากการที่ทีโอทียอมคืนคลื่นจำนวน 34 เมกะเฮิร์ตซให้ กสทช.







