
"ทุบโต๊ะ"แก้ปัญหาน้ำระดับโลก
อีสท์วอเตอร์แนะปรับใช้ในไทยจี้บริหาร-เชื่อมโยงโครงข่ายน้ำ
อีสท์วอเตอร์แนะปรับใช้ในไทยจี้บริหาร-เชื่อมโยงโครงข่ายน้ำ
อีสท์ วอเตอร์ เผยที่ประชุมน้ำระดับโลก เห็นพ้องแก้ปัญหาน้ำต้องบริหารจัดการพร้อมเชื่อมโยงโครงข่ายน้ำ
นายประพันธ์ อัศวอารี กรรม การผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท จัดการ และพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก หรืออีสท์ วอเตอร์ เปิดเผยว่า ในการประชุมด้านน้ำระดับโลกครั้งที่ 6 หรือ 6th World Water Forum ที่เมืองมาร์กเซย ประเทศฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 12-17 มี.ค.ที่ผ่านมา ได้พิจารณาในประเด็นสำคัญคือ การจัดเวลาหาทางออกเรื่องน้ำ
ทั้งนี้ ในการประชุมระดับรัฐมนตรี 140 ประเทศมีความเห็นว่า การจัดการน้ำควรยกขึ้นเป็นวาระโลก ที่ทุกประเทศจะต้องมีแผนดำเนินการระดับนโยบายเพื่อบริหารจัดการน้ำ เนื่องจากความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศของโลก ทำให้ต้องมีมาตรการดำเนินการจริงจังเพิ่มขึ้น
การป้องกันภาวะดังกล่าว ทุกรัฐบาลจะต้องมีแผนบริหารจัดการเพื่อลดความเสี่ยงต่อภาวะดังกล่าว เนื่องจากในอนาคตทุกประเทศจะเสี่ยงต่อการเกิดภัยแล้งและน้ำท่วมในระดับที่รุนแรงเพิ่มขึ้น
“ปัญหาทรัพยากรน้ำในอนาคตจะปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติหรือตามยถากรรมเหมือนในอดีตไม่ได้แล้ว ซึ่งการประชุมในหลายประเทศก็สะท้อนว่าต้องมีกระบวนการบริหารจัดการเข้าไปรองรับ ทั้งการจัดการโดยภาครัฐหรือให้เอกชนเข้าไปดำเนินการ” นายประพันธ์ กล่าว
สำหรับประเทศไทยก็ต้องเอารูปแบบเหล่านี้มาใช้ ทั้งการบริหารในระดับประเทศ ระดับภูมิภาค หรือการบริหารในระดับลุ่มน้ำ ซึ่งอุทก ภัยปีที่ผ่านมาก็จะเห็นว่าในหลายพื้นที่ก็มีปัญหาภัยแล้ง แสดงว่ากระบวนการบริหารผิดปกติ จึงควรพิจารณาเชื่อมโยงแหล่งน้ำเข้าเป็นโครงข่ายเพื่อช่วยเหลือกัน
จากแผนงานยุทธศาสตร์ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) ในหลายโครงการควรจะทำเป็นรูปแบบจำลองก่อนว่า เมื่อตั้งสมมติฐานขึ้นมาแล้ว จะเป็นไปได้จริงตามที่วางแผนหรือไม่ เพื่อป้องกันและบรรเทาอุทกภัยและภัยแล้ง ก่อนที่จะตัดสินใจลงทุนเป็นแสนล้านบาท เพราะการทำงานทุกอย่างมีทั้งจุดแข็งและจุดอ่อน
อย่างไรก็ตาม ท้ายที่สุดแล้วหากเห็นว่าโครงการใดมีความจำเป็น และเป็นประโยชน์ทุกฝ่ายก็ต้องทุบโต๊ะตัดสินใจและดำเนินการทันที ซึ่งขณะนี้หลายประเทศทั่วโลกมีการวางแผนอย่างเป็นระบบ
นอกจากนี้ ในการประชุมดังกล่าว นายประพันธ์ ยังได้แสดงปาฐกถาต่อที่ประชุมกลุ่มย่อยในหัวข้อ การบริหารจัดการน้ำเพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย
ทั้งนี้ อีสท์ วอเตอร์ ได้ยกกรณีการบริหารจัดการน้ำในเขตอุตสาห กรรมชายฝั่งทะเลตะวันออกของบริษัท ในช่วงเกิดวิกฤตภัยแล้งปี 2548 ของบริษัท ที่ต้องมีการสูบน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติเพื่อจ่ายไปยังอุตสาหกรรมภาคตะวันออกและทำให้ต้องมีการสร้างแหล่งเก็บน้ำเพิ่มเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค







