
"ค่าเงิน" รอลุ้นมติ กนง.
แนวโน้มสัปดาห์นี้ (19-23 มี.ค. 2555) เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ
โดย...ศูนย์วิจัยกสิกรไทย
แนวโน้มสัปดาห์นี้ (19-23 มี.ค. 2555) เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 30.50-30.90 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยคงต้องจับตาผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ข้อมูลการค้าระหว่างประเทศของไทยในเดือน ก.พ. โดยกระทรวงพาณิชย์ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของหลายๆ ประเทศ (เบื้องต้น) ในเดือน มี.ค. ตลอดจนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ ได้แก่ ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยเดือน มี.ค. ยอดขายบ้านใหม่บ้านมือสอง การเริ่มสร้างบ้าน-การขออนุญาตก่อสร้าง ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจเดือน ก.พ. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานว่า เงินบาทอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ โดยอ่อนค่าเข้าใกล้ระดับ 30.85 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ท่ามกลางการแข็งค่าของเงินเหรียญสหรัฐ ภายหลังการประชุมเฟด และข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐ นอกจากนี้ ความวิตกเกี่ยวกับเศรษฐกิจจีน และการอ่อนค่าของเงินหยวนในช่วงต้นสัปดาห์ ก็เป็นปัจจัยกดดันสกุลเงินในเอเชียและเงินบาทด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ดี เงินบาทหักล้างช่วงติดลบลงบางส่วนในช่วงปลายสัปดาห์ ท่ามกลางแรงขายเงินเหรียญสหรัฐเพื่อทำกำไรของนักลงทุน
วันศุกร์ (16 มี.ค.) เงินบาทอยู่ที่ระดับ30.70 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เทียบกับระดับ 30.59 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (9 มี.ค.)
เงินยูโรแตะระดับต่ำสุดในรอบ 1 เดือน ที่ 1.3002 เหรียญสหรัฐต่อยูโร หลังจากที่แถลงการณ์หลังการประชุมนโยบายการเงินของประธานเฟด สะท้อนมุมมองเศรษฐกิจในเชิงบวกมากขึ้น โดยปราศจากสัญญาณเกี่ยวกับมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณรอบใหม่ นอกจากนี้ ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ อาทิ ยอดค้าปลีก จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และผลสำรวจในภาคการผลิตที่ออกมาดีกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ ตลอดจนผลการทดสอบภาวะวิกฤตในภาคธนาคาร โดยเฟด (ที่ระบุว่าสถาบันการเงิน 15 จาก 19 แห่งผ่านการทดสอบ) ก็เป็นปัจจัยบวกต่อเงินเหรียญสหรัฐด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ดี เงินยูโรสามารถลดช่วงติดลบกลับมาบางส่วนช่วงท้ายสัปดาห์ หลังจากที่นักลงทุนขายเงินเหรียญสหรัฐออกมาเพื่อทำกำไร
เงินเยนอ่อนค่าสุดในรอบ 11 เดือน ที่ 84.17 เยนต่อเหรียญสหรัฐ หลังจากที่มุมมองเศรษฐกิจเชิงบวกของประธานเฟด และตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่แข็งแกร่งกว่าที่คาด หนุนให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับเพิ่มขึ้น และเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้น
ขณะที่ตลาดหุ้นนั้น บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่าดัชนีอาจแกว่งตัวในกรอบแคบ โดยต้องจับตาผลการประชุมนโยบายอัตราดอกเบี้ยของทางการไทย รวมทั้งการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญ ได้แก่ เครื่องชี้ตลาดที่อยู่อาศัย ทั้งนี้บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย คาดว่าดัชนีจะมีแนวรับที่ 1,170 และ 1,150 จุด ขณะที่แนวต้านคาดว่าจะอยู่ที่ 1,200 และ 1,230 จุด ตามลำดับ
สำหรับอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นทรงตัว โดยธนาคารพาณิชย์มีการตัดจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่มรายเดือนผ่านระบบธนาคาร ขณะที่ยังไม่มีปัจจัยที่มีผลเปลี่ยนแปลงสภาพคล่องในตลาดเงินอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้อัตราดอกเบี้ยอินเตอร์แบงก์ประเภทกู้ยืมข้ามคืน (Overnight) มีระดับหนาแน่นที่ 2.9% ไม่เปลี่ยนแปลงจากสัปดาห์ก่อน ส่วนอัตราผลตอบแทนถัวเฉลี่ยที่ประมูลได้ของธุรกรรมซื้อคืนพันธบัตรแบบทวิภาคี (Bilateral Repo) ระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือน ทรงตัวที่ 3% เทียบกับระดับ 2.998923% ในสัปดาห์ก่อน
ในระหว่างวันที่ 1923 มี.ค. 2555 ธนาคารพาณิชย์จะมีการปิดสำรองสภาพคล่องรายปักษ์ในวันอังคาร และเข้าสู่ปักษ์ใหม่ในวันพุธ ทั้งนี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นในตลาดเงิน คงจะขึ้นอยู่กับมติการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 21 มี.ค. โดยเครือธนาคารกสิกรไทยคาดการณ์ว่า กนง.จะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ 3%
ด้านอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย ประเภทอายุ 5 ปี ปิดที่ระดับ 3.52% ในวันศุกร์ เพิ่มขึ้นจาก 3.39% ในสัปดาห์ก่อน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นในทิศทางเดียวกันกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ หลังเฟดไม่ได้ส่งสัญญาณถึงการดำเนินมาตรการผ่อนคลายเพิ่มเติม จากนั้นแรงซื้อคืนพันธบัตรทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรลดลงในวันศุกร์
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ ประเภทอายุ 10 ปี ปิดที่ระดับ 2.3% ในวันพฤหัสบดี เพิ่มขึ้นจาก 2.03% ในสัปดาห์ก่อน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง







