
ทรูทุ่ม2พันล.แพร่เอชดี
เปลี่ยนกล่องรับสัญญาณลูกค้า5แสน-รายพร้อมสู้พรีเมียร์ลีก
เปลี่ยนกล่องรับสัญญาณลูกค้า5แสน-รายพร้อมสู้พรีเมียร์ลีก
ทรูวิชั่นส์ ทุ่ม 2,000 ล้านบาท เปลี่ยนกล่องรับสัญญาณเอชดี 5 แสนราย ยันพร้อมกว่าใครประมูลพรีเมียร์ลีกกลางปีนี้
นายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ทรูวิชั่นส์ใช้งบลงทุนกว่า 2,000 ล้านบาทในปีนี้ จากปกติลงทุนประมาณ 400-500 ล้านบาท เพื่อเปลี่ยนกล่องรับสัญญาณสู่เทคโนโลยี mpeg4 ให้สามารถแพร่ภาพระดับเอชดีได้ จากเดิมเป็นแบบ mpeg2
นอกจากนี้ ยังมีการใช้ชิปซีเคียวซิลิคอนป้องกันการละเมิดลักลอบนำสัญญาณไปให้บริการ เปลี่ยนให้ลูกค้าทั้งหมดกว่า 5 แสนราย โดยดำเนินการไปแล้วกว่า 50%
ขณะเดียวกัน ทรูวิชั่นส์ยืนยันว่ามีความพร้อมเต็มที่ในการเข้าร่วมประมูลเป็นผู้ถ่ายทอดการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ อย่างเป็นทางการกลางปีนี้ โดยพร้อมแข่งขันกับคู่แข่งทั้งจากต่างประเทศและในประเทศ เนื่องจากทรูวิชั่นส์มีประสบการณ์ให้บริการและชนะการประมูลมา 2 รอบแล้ว
“ทรูยังเหลือเวลาถ่ายทอดอีก 1 ปี แต่กลางปีนี้จะมีการประมูลเพื่อรับสิทธิอีก 3 ปีถัดไป ซึ่งจากการแข่งขันประมูลอาจมีต้นทุนสูงขึ้นทำ ให้ปีนี้จะมีการลงทุนมากกว่าทุกปี คิดเป็นต้นทุนเฉลี่ย 6-7% ซึ่งทรูมั่นใจว่าพร้อมกว่าทุกราย” นายศุภชัย กล่าว
สำหรับบางรายการที่ไม่ได้ทำต่อ เช่น สเปนกับเยอรมันนั้น เป็นเพราะทรูตั้งใจปล่อยไป เนื่องจากเป็นรายการที่ไม่เป็นที่นิยม
แผนธุรกิจบริการบรอดคาสต์ ทรูวิชั่นส์จะขอใบอนุญาตเพื่อให้บริการทั้งเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียมจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. โดยเคเบิลทีวีจะเน้นลงทุนในพื้นที่ประชากรหนาแน่นหรืออาคารสูง เพราะต้นทุนสูงกว่าการเดินสายเคเบิล แต่ให้บริการช่องเอชดีได้มากกว่า ส่วนทีวีดาวเทียมจะลงทุนในพื้นที่ห่างไกล แม้จะให้บริกรช่องเอชดีได้น้อยกว่า แต่ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นทำให้ทำได้มากขึ้นจนเพียงพอต่อความต้องการ
กลยุทธ์ในเบื้องต้น ทรูจะเพิ่มจำนวนช่องให้มากขึ้นเพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้ชม รวมถึงเพิ่มจำนวนช่องเอชดี เพื่อให้คอนเทนต์มีคุณภาพ ตอบโจทย์ความต้องการ ซึ่งบริการเคเบิลจะไปพร้อมทั้งเคเบิลและบรอดแบนด์
ปัจจุบันทรูวิชั่นส์มีลูกค้ากว่า 2 ล้านราย แบ่งเป็นลูกค้าในโปรแกรม 5 แสนราย ที่อยู่ระหว่างการเปลี่ยนกล่องรับสัญญาณ และอีก 1.5 ล้านราย เป็นกลุ่มไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งจะให้บริการบนเทคโนโลยี mpeg2 อีก 3 ปี ก่อนยกระดับเป็น mpeg4 ต่อไป







