
จตุจักรกรีนชูเช่าถูกยิ้มยอดจองพุ่ง80%
จตุจักร กรีน คุยยอดจองพื้นที่พุ่งกว่า 80% พ่อค้าแม่ค้าฝั่งจตุจักรเดิมแห่ซบอก
จตุจักร กรีน คุยยอดจองพื้นที่พุ่งกว่า 80% พ่อค้าแม่ค้าฝั่งจตุจักรเดิมแห่ซบอก ระบุค่าเช่าต่ำกว่าครึ่ง เปิด พ.ค.นี้ คาดรายได้ปีแรก 30 ล้านบาท
นายศักดา อู่ดาราศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไฮทราฟฟิค มีเดีย ผู้บริหารโครงการจตุจักร กรีน ไลฟ์สไตล์ มอลล์ บริเวณถนนกำแพงเพชร 3 จตุจักร เปิดเผยว่า ขณะนี้โครงการจตุจักร กรีน มียอดจองพื้นที่แล้วกว่า 80% เหลือพื้นที่เช่าอีก 20% ในส่วนของโซนกิจกรรมและงานอดิเรก
ทั้งนี้ ในอัตราส่วนผู้เช่าดังกล่าวเป็นผู้ค้ามาจากฝั่งตลาดนัดจตุจักรเดิม ศูนย์การค้าเจเจมอลล์ และศูนย์การค้าอินสแควร์ ราว 30% ส่วนหนึ่งเป็นผู้ค้าที่ต้องการขยายธุรกิจ จึงได้มาเช่าพื้นที่ของโครงการเพื่อเปิดสาขาที่ 2 เพราะค่าเช่าของโครงการจตุจักร กรีน มีราคาถูกกว่าคู่แข่งในย่านจตุจักรเฉลี่ย 50%
ขณะนี้ได้ก่อสร้างโครงการไปแล้วกว่า 80% คาดว่ายอดจองพื้นที่จะครบ 100% สำหรับค่าเช่าพื้นที่ คู่ค้าต้องทำสัญญาเช่า 3 ปี โดยเก็บค่าเช่าและค่าบริการล่วงหน้า 3.6 แสนบาท สามารถแบ่งจ่ายได้ 4 งวด ส่วนอัตราค่าเช่ารายเดือนคิด 2 ราคา ห้องหัวมุม 1 หมื่นบาท และห้องกลาง 8,000 บาท ส่วนค่าส่วนกลางคิด 100 บาทต่อตารางเมตร มีพื้นที่จอดรถได้ 1,500 คัน คิดค่าบริการ 2 ชั่วโมงแรก 30 บาท ถูกกว่ารายอื่นที่เก็บ 2 ชั่วโมงแรกถึง 80 บาท ทั้งนี้ โดยจะทดลองเปิดให้บริการกลางเดือน เม.ย.นี้ และเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 6 พ.ค.นี้
โครงการจตุจักร กรีน อยู่บนพื้นที่ 20 ไร่ ด้านหลังสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ซึ่งเป็นที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ มีพื้นที่เฉพาะโครงการ 6 ไร่ เป็นศูนย์การค้ารูปแบบใหม่ไลฟ์สไตล์ มอลล์ ภายใต้คอนเซปต์ “Shops in the Park” ด้วยแนวคิด “กรีน แอกทิวิตีส์” และรักษาสิ่งแวดล้อม
นอกจากนี้ ยังได้เพิ่มพื้นที่สำหรับรถจักรยาน รองรับกับกลุ่มผู้ขับขี่รถจักรยานที่มาใช้พื้นที่บริเวณสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ สวนจตุจักร และสวนรถไฟ รวมทั้งเป็นแหล่งช็อปปิ้งสำหรับคนทำงานย่านจตุจักรที่มีกว่า 3 หมื่นคน
ด้านเป้าหมายของโครงการดังกล่าว คาดว่าจะใช้เวลาในการบริหารอย่างน้อยปีที่ 4 จึงจะคุ้มทุน 100 ล้านบาท ขณะที่ในส่วนของผู้เช่าเชื่อว่าจะคุ้มทุนภายใน 3 ปี โดยบริษัทมีแผนจัดกิจกรรมกระตุ้นให้คนมาใช้บริการต่อเนื่องตลอดปี โดยใช้งบประมาณ 10-15% ของรายได้
ในปีแรกคาดว่าจะมีรายได้ราว 30 ล้านบาท จากผู้มาใช้บริการ 2 แสนคนต่อสัปดาห์ โดยรายได้หลักจะมาจากส่วนแบ่งจากยอดขายของศูนย์อาหาร ค่าบริหารจัดการและการจัดกิจกรรมการตลาด โดยเน้นกิจกรรมซีเอสอาร์เป็นหลัก







