
กลยุทธ์เล-ซี-บอย
ความสบายที่ไม่ยอมตกยุค
โดย...ทีมข่าวธุรกิจตลาด
ตลาดเฟอร์นิเจอร์ของเมืองไทยกลับมาคึกคักมากขึ้น หลังจากวิกฤตอุทกภัยของเมืองไทยผ่านพ้น เพราะเฟอร์นิเจอร์กำลังเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค เพื่อนำมาทดแทนชิ้นเก่าที่เสียหายไป จึงเป็นโอกาสที่แต่ละแบรนด์จะงัดกิจกรรมทางการตลาดออกมาดึงดูดลูกค้ากันอย่างเต็มที่
ในช่วงที่ตลาดเฟอร์นิเจอร์และสินค้ากลุ่มโฮมยูส อาจกำลังมีเม็ดเงินแพร่สะพัด ขณะที่พฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคในปีนี้อาจต้องคิดมากขึ้นในการใช้จ่าย และราคาอาจเป็นปัจจัยแรกๆ ในการซื้อสินค้า เพราะเริ่มไม่แน่ใจกับภาวะอุทกภัยในอนาคต
แต่สำหรับ ธนากร เกษตรสุวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เล-ซี-บอย (ประเทศไทย) กล่าวว่า มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลกระทบทางจิตวิทยาของผู้บริโภคในการเลือกซื้อของใช้เข้าบ้าน เพราะหลายคนอาจเน้นที่ความจำเป็นและราคาที่ประหยัดมากขึ้น แต่ก็ไม่ได้เกิดขึ้นกับสินค้าทุกประเภท โดยเชื่อมั่นว่าสินค้าในกลุ่มเก้าอี้ปรับเอนเพื่อการผ่อนคลายนั้น ผู้บริโภคยังคงเลือกสินค้าที่คุณภาพและความน่าเชื่อถือ
ขณะที่แบรนด์เล-ซี-บอย สามารถตอบสนองความต้องการตรงนี้ของลูกค้าได้อย่างสมบูรณ์ บวกกับราคาของสินค้าเลซีบอย ก็มีให้เลือกหลากหลายราคา ให้ลูกค้าเลือกซื้อได้ตามกำลังและความต้องการ รวมทั้งการจัดแคมเปญการตลาดและพัฒนาคอลเลกชันใหม่อย่างต่อเนื่อง เช่น ล่าสุดได้เปิดตัวคอลเลกชันใหม่ Stylista เก้าอี้ปรับเอนดีไซน์ใหม่ ที่ตอบรับไลฟ์สไตล์คนเมืองโดยเฉพาะ เป็นต้น
ก้าวกำเนิดของ เลซีบอย เริ่มตั้งแต่ ค.ศ. 1929 ที่สองหนุ่มลูกพี่ลูกน้องเอ็ดเวิร์ด เอ็ม คนาบุช และเอ็ดวิน เจ ชูมาร์เกอร์ จากรัฐมิชิแกน สหรัฐ ช่วยกันประดิษฐ์เก้าอี้หุ้มเบาะปรับเอนนอนตัวแรกของโลกจนสำเร็จ ด้วยแนวคิดการออกแบบตาม “วิถีธรรมชาติเพื่อการพักผ่อน” จนได้รับความนิยมแพร่หลายมากขึ้นเรื่อยๆ และเป็นอีกนวัตกรรมที่เติบโตรวดเร็วไปทั่วโลก พร้อม กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ก้าวหน้ามากขึ้น
ในปี 2004 เล-ซี-บอย ได้เริ่มบุกตลาดเมืองไทยอย่างเป็นทางการ และสามารถสร้างตลาดเก้าอี้ปรับเอนขึ้นจนขยายตัวกลายเป็นตลาดที่มีมูลค่าหลายพันล้านบาท และ เล-ซี-บอย ก็ได้กลายเป็นแบรนด์เก้าอี้ที่คนไทยคุ้นเคยมากที่สุดอีกแบรนด์หนึ่ง
“เล-ซี-บอยในเมืองไทยเติบโตต่อเนื่องทุกๆ ปี และเนื่องจากความพร้อมในหลายๆ ด้าน ทำให้ เล-ซี-บอย สหรัฐ ทำให้เมืองไทยเป็นศูนย์กลางในการผลิตและป้อนตลาดเอเชีย ภายใต้ชื่อบริษัท เล-ซี-บอย เอเชีย และ ได้เปิด "เล-ซี-บอย แกลเลอรีโชว์รูม" แห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทยขึ้นบนถนนสุขุมวิท เพื่อให้เป็นแกลเลอรีต้นแบบในภูมิภาคเอเชียอีกด้วย” ธนากร กล่าว
นอกจากนี้ บริษัทยังได้ขยายไลน์ไปสู่เฟอร์นิเจอร์ไม้จริงรับสั่งทำตามออร์เดอร์ในตลาดต่างประเทศ ภายใต้แบรนด์ HKT โดยเริ่มต้นจับกลุ่มลูกค้าธุรกิจโรงแรมขนาดใหญ่ สำนักงาน ที่อยู่อาศัยในสหรัฐเป็นหลัก ซึ่งธุรกิจเติบโตไปได้อย่างดี เพราะตลาดในอเมริกาให้การตอบรับเฟอร์นิเจอร์ไม้แท้และงานฝีมือที่ละเอียดอ่อนจากเอเชียดีมาก และตอนนี้ยังเตรียมจะบุกตลาดในภูมิภาคเอเชียและยุโรป รวมทั้งตลาดโรงแรมที่พักในเมืองไทยเพิ่มขึ้นอีกด้วย
วันนี้ แม้จะมีแบรนด์ต่างๆ เกิดขึ้นมากมายในตลาดทั้งในเมืองไทยและทั่วโลก แต่แบรนด์เล-ซี-บอย ก็ยังยืนหยัดในฐานะผู้นำตลาดเก้าอี้ปรับเอน และขับเคลื่อนไปตามวิถีชีวิตของผู้คนยุคใหม่ได้อย่างลงตัว







