
เก็ตตกการเงิน
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
ธปท.ไม่ห่วงหนี้เสีย
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ ธปท.ยังห่วงปัญหาหนี้เสียจะเพิ่มสูงขึ้น จากปัจจัยกดดันหนี้ต่างๆ โดยภาวะการจ้างงานที่ยังไม่กลับเข้าสู่ภาวะปกติหลังจากประสบน้ำท่วม ยังมีคนตกงานอีกมาก และภาระค่าครองชีพของประชาชนที่สูงขึ้นจากราคาสินค้าที่แพงขึ้นตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์
ธปท.และสถาบันการเงินต่างๆ ทั้งธนาคารพาณิชย์และธนาคารเฉพาะกิจของรัฐมีการผ่อนผันให้ลูกหนี้ค่อนข้างมาก ไม่ว่าการผ่อนผันโดยการยื่นระยะเวลาชำระหนี้ การพักชำระหนี้ชั่วคราว ผ่อนเกณฑ์สัดส่วนวงเงินกู้ต่อหลักประกันการให้ผ่อนชำระสินเชื่อได้ตามศักยภาพลูกค้า เช่น สินเชื่อบัตรเครดิตอาจจะไม่ต้องผ่อนขั้นต่ำ 10% ได้ไปจนถึง มิ.ย.ปีนี้ เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังมีการให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำพิเศษ (ซอฟต์โลน) 3 แสนล้านบาทดอกเบี้ยต่ำ 3% ช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและประชาชนทั่วไปที่ถูกน้ำท่วม ก็เริ่มถูกผลักออกไปแล้ว ซึ่งจะช่วยลดภาระลูกหนี้ได้มากด้วย และสถาบันการเงินเองก็มีการเร่งช่วยเหลือลูกค้าที่ประสบน้ำท่วม เห็นได้จากยอดสินเชื่อ ณ สิ้นเดือนม.ค.ปีนี้สถาบันการเงิน 41 แห่ง ให้สินเชื่อช่วยเหลือน้ำท่วมถึง 6.26 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 7.23% ของสินเชื่อรวมทั้งระบบ แบ่งเป็นลูกหนี้ในภาคธุรกิจ 2.03 หมื่นราย วงเงินสินเชื่อ 4.61 แสนล้านบาทหรือ80% ของวงเงินสินเชื่อ และลูกหนี้รายย่อยทั่วไป 9.04 แสนบัญชี วงเงินรวม 1.65 แสนล้านบาท ที่ส่วนใหญ่เป็นการขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อเช่าซื้อ ขณะที่ลุกหนี้บัตรเครดิตที่เข้ามาความช่วยเหลือจากน้ำท่วมถึง 1.38 หมื่นล้านบาท
“จากการดำเนินการผ่อนปรนในหลายๆช่องทางเราจึงคิดว่าปัจจัยเหล่านี้จะมีผลต่อปริมาณหนี้เสียที่จะเพิ่มขึ้นมากจนอยู่ในระดับน่าห่วง และจากการดูตัวเลขเบ้องต้นในช่วง 2 แรกของไตรมากปีนี้ยอดหนี้ไม่ก่อให้เอกดรายได้หรือเอ็นพีแอลก็ออกมาค่อนข้างดี แต่อย่างไรก็ตามเรื่องนี้เรายังต้องติดตามต่อไป ส่วนสินเชื่อช่วงนี้ก็ขยายตัวได้ดี” นายประสารกล่าว







