posttoday
เอกชนย้ำเลือกทีวีดิจิตอล เน้นประโยชน์สูง-คุ้มค่าสุด

เอกชนย้ำเลือกทีวีดิจิตอล เน้นประโยชน์สูง-คุ้มค่าสุด

16 มีนาคม 2555

หลังจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

หลังจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

ประกาศแผนเปลี่ยนระบบโทรทัศน์ของประเทศไทยสู่ดิจิตอล ภายในปี 2558 เมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา จากนี้ไป กสทช.จะเร่งเครื่องเพื่อเข้าสู่กระบวนการเปลี่ยนผ่านที่จะ “โก ดิจิตอล” โดยเร็วที่สุด แม้ขณะนี้แผนแม่บททั้ง 3 ส่วน ได้แก่ แผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่, แผนแม่บทด้านกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์และแผนแม่บทกิจการโทรคมนาคม ยังไม่ประกาศออกมาชัดเจนก็ตาม

ทั้งนี้ พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ประธาน กสทช. ได้กำหนดโรดแมปในการเปลี่ยนผ่านจากโทรทัศน์ในระบบอะนาล็อกไปสู่ดิจิตอลเรียบร้อยแล้ว เริ่มจากเดือน ส.ค.นี้ (ตามกราฟฟิก) โดยวางเป้าหมายหลังปี 2558 จะยุติการออกอากาศระบบอะนาล็อก

“กสทช.จะพิจารณาโดยมีเป้าหมายใช้ทรัพยากรคลื่นความถี่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยโทรทัศน์ระบบดิจิตอลจะเข้ามาตอบโจทย์ ส่วนการลงทุนก็จะพิจารณาให้เกิดความคุ้มค่า โดยพิจารณาจากโครงสร้างพื้นฐานและโครงข่ายที่มีอยู่แล้ว และกำหนดมาตรฐาน เงื่อนไข ให้ผู้ประกอบการแต่ละรายมาใช้ร่วมกันเช่น การใช้เสาส่งของไทยพีบีเอส ซึ่งเป็นระบบดิจิตอลอยู่แล้ว หรือ โครงข่ายของอสมท ที่ครอบคลุมทั่วประเทศ” พ.อ.นที กล่าว

ขณะเดียวกัน กสทช.จะเลือกระบบโทรทัศน์ดิจิตอลที่เหมาะสมกับประเทศไทย ก่อนเข้าสู่กระบวนการเปลี่ยนผ่านเบื้องต้น

เอกชนย้ำเลือกทีวีดิจิตอล เน้นประโยชน์สูง-คุ้มค่าสุด

 

ประพัฒน์ รัฐเลิศกานต์ รองเลขาธิการกลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย คาดว่า การเปลี่ยนสู่ระบบดิจิตอลทีวีจะมีเม็ดเงินลงทุนเพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรมนี้อีก 34 หมื่นล้านบาท ทั้งในส่วนของอุปกรณ์เครื่องรับโทรทัศน์ที่เกี่ยวข้อง ค่าจ้างแรงงาน ค่าผลิตรายการต่าง ๆ ซึ่งมองว่าไทยมีศักยภาพในการเป็นฐานผลิตกล่องรับสัญญาณในภูมิภาคนี้ เพราะประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนก็จะเปลี่ยนไปสู่โทรทัศน์ระบบดิจิตอลเช่นกัน

ขณะที่ จำนรรค์ ศิริตัน นายกสมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ ประเมินว่า เม็ดเงินลงทุนในการเปลี่ยนไปสู่โทรทัศน์ระบบดิจิตอล คาดว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 1 แสนล้านบาท ซึ่งรวมถึงค่าใบอนุญาตที่ประเมินขั้นต่ำที่ 1,000 ล้านบาท (15 ปี) ช่องทีวีไม่ต่ำกว่า 50 ช่อง แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่า คือ คุณภาพรายการและผู้ให้บริการ ซึ่งขณะนี้ทีวีดาวเทียมยังมีปัญหาเรื่องคุณภาพอยู่มาก

ด้วยเหตุผลดังกล่าว กสทช.จึงเลือกให้ใบอนุญาตแก่โทรทัศน์แบบธุรกิจ ก่อนที่จะให้บริการแบบชุมชน เพราะขณะนี้ กสทช. ยังไม่มีเงินทุนที่จะสนับสนุนบริการประเภทชุมชน รวมทั้งเมื่อใกล้ถึงเวลาที่จะปิดระบบอะนาล็อก กสทช.จะต้องมีเงินส่วนหนึ่งสนับสนุนให้ประชาชนที่ไม่มีความสามารถ ซื้อกล่องรับสัญญาณไปติดตั้งที่บ้านด้วย

ในการสัมมนา เรื่อง “มาตรฐานโทรทัศน์ระบบดิจิตอลสำหรับประเทศไทย” วันที่ 15 มี.ค. ได้นำเสนอ 4 ระบบมาตรฐานของโทรทัศน์ระบบดิจิตอลที่รองรับโดยสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ ได้แก่ ATSC (สหรัฐอเมริกา) DVB (ยุโรป) ISDB-T (ญี่ปุ่น) และ DTMB (ระบบของจีน)

สมพันธ์ จารุมิลินท รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทรูวิชั่นส์ กล่าวว่า การเลือกใช้ระบบใดก็ตามต้องคำนึงถึงประเทศเพื่อนบ้านด้วย เพราะที่ผ่านมาการส่งสัญญาณโทรทัศน์ของไทยได้แพร่ไปสู่ประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้เกิดการซึมซับทั้งเรื่องวัฒนธรรม การโฆษณาต่างๆ ทำให้สินค้าไทยได้ส่งไปจำหน่ายยังประเทศเหล่านั้น ซึ่งหากไม่เลือกระบบเดียวกันอาจเสียโอกาสที่เคยมี

ปัจจุบัน ประเทศเพื่อนบ้านอย่างลาว กัมพูชา ได้ทดลองใช้โทรทัศน์ดิจิตอลระบบของจีนเป็นหลัก หรือ ระบบ DTMB ซึ่งผู้แทนจากจีนได้ชูความได้เปรียบในเรื่องการมีโรงงานผลิตเทคโนโลยีจำนวนมาก ทำให้ราคาถูกเมื่อเทียบกับระบบของประเทศอื่น ขณะที่ ญี่ปุ่นชูจุดเด่นของระบบที่สามารถใช้กับโทรศัพท์มือถือได้ด้วย การแจ้งเตือนภัย และการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของประชาชนอย่างเท่าเทียม ซึ่งน่าจะเป็นหัวใจหลักของการให้บริการโทรทัศน์ระบบดิจิตอล

“วันนี้ธุรกิจโทรทัศน์ไทยเปลี่ยนไปมาก จากเคเบิลทีวีที่มี 70-80 ราย ปัจจุบันมี 700-800 ราย หากมีโทรทัศน์ระบบดิจิตอลภาคพื้นดินเกิดขึ้นอีก คำถาม คือ ถ้าคนไม่ดูแล้วจะเกิดประโยชน์อะไร ฉะนั้นสิ่งสำคัญที่สุด คือ คอนเทนต์ ซึ่ง กสทช.ต้องกำหนดมาตรการกำกับดูแลให้ดีกว่าที่ผ่านมา” สมพันธ์ กล่าว

ภูษณ ปรีย์มาโนช ประธานสถาบันนโยบายสังคมและเศรษฐกิจ (ISEP) กล่าวว่า การเลือกระบบหรือมาตรฐานใดไม่สำคัญเท่ากับมาตรฐานที่ว่า สังคมจะได้ประโยชน์อะไรจากการมีโทรทัศน์ระบบดิจิตอล นั่นคือการเข้าถึงอย่างเท่าเทียมและมีคุณภาพ ฉะนั้น กสทช.ต้องตอบโจทย์อีกมากเพื่อให้บรรลุถึงเป้าหมายดังกล่าว อย่าเอาเรื่องเทคนิค หรือเงื่อนเวลามาเป็นตัวตั้ง เพราะอาจเอื้อเฉพาะผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีความพร้อมเท่านั้น

“หากกสทช.กำหนดให้ใช้เทคโนโลยีโทรทัศน์ระบบดิจิตอลเพียงระบบเดียว ขณะที่เทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การผูกมัดกับระบบใดระบบหนึ่ง โดยไม่ศึกษาผลกระทบที่ถ่องแท้ อาจทำให้เกิดความเสียหายต่อประเทศอย่างมาก และผู้ที่จะได้รับผลกระทบรุนแรงคือประชาชนที่จะต้องลงทุนในการหาซื้ออุปกรณ์รับสัญญาณนั่นเอง” ภูษณ กล่าวทิ้งท้าย


 

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท