posttoday
บีโอไอชี้ยอดลงทุน2เดือนพุ่ง14%

บีโอไอชี้ยอดลงทุน2เดือนพุ่ง14%

15 มีนาคม 2555

บีโอไอเผยยอดลงทุน 2 เดือน มีโครงการยื่น 277 โครงการ เพิ่มขึ้น 14% มูลค่า 1.5 แสนล้านบาท

บีโอไอเผยยอดลงทุน 2 เดือน มีโครงการยื่น 277 โครงการ เพิ่มขึ้น 14% มูลค่า 1.5 แสนล้านบาท

ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัตน์ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยถึงสถานการณ์การลงทุนในช่วง 2 เดือน (ม.ค.-ก.พ. 2555) ว่า มีนักลงทุนให้ความสนใจและยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนเข้ามาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดย มีโครงการยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนทั้งสิ้น 277 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 1.54 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น14.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มี 242 โครงการ ขณะที่มูลค่าเงินลงทุนเพิ่มขึ้น 133.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีมูลค่า 6.61 หมื่นล้านบาท

สำหรับกิจการที่นักลงทุนสนใจยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนมากที่สุด เป็นกิจการเคมี กระดาษ และพลาสติก มี 54 โครงการ เงินลงทุน 6.4 หมื่นล้านบาท รองมาเป็นกิจการบริการและสาธารณูปโภค 52 โครงการ เงินลงทุน 3.2 หมื่นล้านบาท กิจการอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องไฟฟ้า 57 โครงการ เงินลงทุน 2.56 หมื่นล้านบาท กิจการผลิตภัณฑ์โลหะ เครื่องจักรและอุปกรณ์ขนส่ง 57 โครงการ เงินลงทุน 1.5 หมื่นล้านบาท  กิจการเกษตรกรรมและผลิตผลจากการเกษตร 37 โครงการ เงินลงทุน 1.14 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้ เฉพาะในเดือนก.พ.เพียงเดือนเดียว มีการลงทุนกระจายครอบคลุมทุกกลุ่มกิจการ และมีกิจการขนาดใหญ่ที่มีมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาทถึง 16 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวมกว่า 5 หมื่นล้านบาท เช่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ พลังงานทดแทน  ชิ้นส่วนยานยนต์ เป็นต้น ซึ่งความสนใจของนักลงทุนดังกล่าว ย้ำให้เห็นถึงศักยภาพของไทยและความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อการลงทุนในประเทศไทยที่ยังอยู่ในระดับสูง

นางอรรชกา สีบุญเรือง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า ทิศทางการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) เติบโตสอดคล้องกับการลงทุนในภาพรวมที่เพิ่มขึ้น โดยมีนักลงทุนต่างชาติยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนในช่วงเดือนม.ค.-ก.พ. จำนวน 188 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 8.22 หมื่นล้านบาท  โครงการเพิ่มขึ้น 30.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีจำนวน 144 โครงการ ขณะที่เงินลงทุนเพิ่มขึ้น 91.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีมูลค่าอยู่ที่ 4.28 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้ การขอรับส่งเสริมการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติส่วนใหญ่เป็นโครงการที่ลงทุนในประเทศไทยอยู่แล้ว และได้ขยายการลงทุนเพิ่ม รวมจำนวน 114  โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 5.5 หมื่นล้านบาท ขณะที่มีโครงการลงทุนของบริษัทใหม่ที่ยังไม่เคยเข้ามาลงทุนในประเทศไทย จำนวน 74  โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 2.67 หมื่นล้านบาท โดยนักลงทุนญี่ปุ่นเป็นกลุ่มที่มาลงทุนมากที่สุด รองลงมาเป็นสหรัฐอเมริกา และเนเธอแลนด์

ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์  กล่าวว่า จากการหารือร่วมกับนายชิเกะโนบุ นากาโมริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทนิเด็ก คอร์ปอเรชั่น ผู้ผลิตมอเตอร์ขนาดเล็ก จากประเทศญี่ปุ่น ยังยืนยันที่จะลงทุนในประเทศไทยอยู่ แม้โรงงานจะถูกน้ำท่วมหนักจำนวน 4 แห่ง จาก 6 แห่ง ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการฟื้นฟูให้กลับมาผลิตให้เร็วที่สุด โดยมีความเชื่อมั่นในแผนป้องกันน้ำของไทย และกองทุนประกันภัยที่จัดตั้งขึ้นมา แต่ต้องการให้ขยายความคุ้มครองจาก 30 % เป็น 50 %

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท