
ส.ภัตตาคารจวกร้านข้าวแกงขึ้นราคาเกินจริง
สมาคมภัตตาคารไทย เผยวัตถุดิบผลิตอาหารเพิ่มแค่ 5% ร้านข้าวแกงขึ้นราคาเกินจริง แนะรัฐปั้นธงฟ้าทั่วไทย
สมาคมภัตตาคารไทย เผยวัตถุดิบผลิตอาหารเพิ่มแค่ 5% ร้านข้าวแกงขึ้นราคาเกินจริง แนะรัฐปั้นธงฟ้าทั่วไทย
นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ราคาต้นทุนวัตถุดิบประกอบอาหารได้ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง เมื่อเทียบกับช่วงเกิดเหตุการณ์และหลังเหตุการณ์น้ำท่วม โดยปัจจุบันต้นทุนวัตถุดิบเฉลี่ยปรับตัวขึ้นเพียง 5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ผู้ประกอบการร้านอาหารทั่วไป และร้านอาหารแผงลอยกว่า 2 แสนร้านทั่วประเทศ ส่วนใหญ่เมื่อปรับค่าอาหารเพิ่มขึ้น จะไม่ปรับราคาลดตามต้นทุนที่แท้จริง
นอกจากนี้การแก้ไขปัญหาของรัฐบาลไม่ถูกจุด โดยขอความร่วมมือลดราคาค่าอาหารกับผู้ประกอบการเท่านั้น แต่ไม่ลงลึกถึงปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยเฉพาะพ่อค้าคนกลางที่ส่งสินค้าถึงผู้ประกอบการ เช่น เนื้อหมูจำหน่ายกิโลกรัมละ 115 บาท ขณะที่ราคาหน้าฟาร์มเฉลี่ย 50-55 บาท เป็นต้น ทำให้ผู้บริโภคมีค่าครองชีพที่สูงขึ้น
ทั้งนี้สมาคมฯจะเสนอให้กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ จัดทำโครงการร้านอาหารธงฟ้า อย่างเป็นระบบครบวงจร เช่น ตั้งศูนย์จำหน่ายวัตถุดิบราคาพิเศษ โยเจรจากับแมคโคร โลตัส บิ๊กซี ร่วมจำหน่ายวัตถุดิบราคาถูกให้กับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งกรมฯต้องต่อยอดดำเนินการออกบัตรธงฟ้าในการเข้าร่วมโครงการให้กับผู้ประกอบการ เป็นต้น
“ถึงเวลาที่รัฐบาลต้องรณรงค์ให้คนในชาติ ร่วมมือกันลดค่าครองชีพให้กับคนไทย เพราะร้านอาหารทั่วไป ปรับราคาพรวดเดียว เช่น ไข่ดาวจากราคา 5 บาท ขึ้นเป็น 10 บาท ซึ่งราคาที่เหมาะสมควรอยู่ที่ 7 บาท แต่แม่ค้าไม่ต้องการให้มีเศษทอน ทำให้ราคาอาหารแพงในความรู้สึกของผู้บริโภค”นางฐนิวรณ์รณ กล่าว
อย่างไรก็ตามแนวคิดโครงการร้านอาหารธงฟ้า หากดำเนินการอย่างจริงจังและมีสมาชิกทั่วประเทศจำนวนมาก จะทำให้ร้านอาหารที่อยู่นอกระบบปรับลดราคาตามโดยอัตโนมัติ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ควรตั้งงบประมาณขับเคลื่อนให้เป็นรูปธรรม มากกว่าการจัดมหกรรมธงฟ้า ที่ใช้งบการจัดจำนวนมากแต่ผลลัพธ์ที่ได้ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงในระยะยาว
ด้านผู้ประกอบการร้านอาหาร จำเป็นต้องปรับกลยุทธ์การควบคุมต้นทุนวัตถุดิบให้เฉลี่ยที่ 30-40% ของต้นทุนทั้งหมด โดยสมาคมฯได้วางแผนงานระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาว 3-5 ปี เพื่อผลักดันให้กับร้านอาหารไทยมีมาตรฐานระดับสากล มุ่งติดอาวุธทางปัญญาให้กับผู้ประกอบการ ผ่านการอบรมการบริหารจัดการเรื่องต้นทุน เช่น นำสมุนไพรไทยมาปรุงอาหาร ทดแทนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นในฤดูการนั้น รวมถึงการสำรองวัตถุดิบล่วงหน้า ซึ่งช่วยลดต้นทุนลงได้
ปัจจุบันมูลค่าตลาดรวมธุรกิจอาหารประมาณ 3.2 แสนล้านบาท/ปี มีผู้ประกอบการร้านอาหารทั่วประเทศ ราว 4 แสนราย และมีผุ้ที่จดทะเบียนอย่างถูกต้องเพียง 7,911 ราย







