
ดีแทคยิ้มลูกค้าไม่ไหลซบคู่แข่ง
ดีแทคยังยิ้มได้ ลูกค้าไม่ไหลหาคู่แข่ง เร่งกระตุ้นตลาด 3 จี พรีเพด-โพสต์เพด ดันรายได้ดาต้าพุ่ง 1.6 หมื่นล้านบาท
ดีแทคยังยิ้มได้ ลูกค้าไม่ไหลหาคู่แข่ง เร่งกระตุ้นตลาด 3 จี พรีเพด-โพสต์เพด ดันรายได้ดาต้าพุ่ง 1.6 หมื่นล้านบาท
นายอมฤต ศุขะวณิช ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาด บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ ดีแทค เปิดเผยว่า แม้ว่าช่วงปลายปีที่ผ่านมา ดีแทคจะประสบปัญหาระบบล่ค่อนข้างบ่อย แต่จำนวนลูกค้าย้ายค่ายก็ไม่ได้เป็นจำนวนมากอย่างที่ดีแทคกังวล โดยจากตัวเลขของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. พบว่าในช่วงเกิดปัญหาดีแทคมีลูกค้าไหลออกประมาณ 5,000 ราย
“ตัวเลขที่ออกมาไม่ได้อยู่ในระดับที่น่าตกใจมาก ซึ่งหลังจากนี้ดีแทคจะนำเสนอบริการใหม่ๆ ที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้เข้าถึงทุกกลุ่มมากขึ้น” นายอมฤตกล่าว
ทั้งนี้ ทิศทางการแข่งขันในอุตสาหกรรมโทรศัพท์มือถือหลังจากนี้จะเปลี่ยนแปลงเร็วมากขึ้น ในช่วงที่รอการประมูลใบอนุญาตให้บริการ หรือ ไลเซ่นส์ 3 จี จาก กสทช. โดยจะเห็นการทำตลาดอย่างหนักบริการดาต้า ทั้งในส่วนของรายเดือน หรือ โพสต์เพด และ บริการเติมเงิน หรือ พรีเพด ให้มีแพคเกจและราคาที่หลากหลาย สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้ทุกรูปแบบ
สำหรับดีแทคเอง ได้นำเสนอบริการรูปแบบใหม่ให้กับกลุ่มลูกค้าพรีเพด เช่น การใช้งานอินเทอร์เน็ตรายชั่วโมง 7 บาท การใช้งานโทรออกแบบเหมาจ่าย 2 ชม.15 บาท เพื่อขยายกลุ่มผู้ใช้งานดาต้าไปยังพรีเพดมากขึ้น จากเดิมที่การใช้งานพรีเพดส่วนใหญ่จะเน้นที่บริการด้านเสียงเป็นหลัก ตั้งเป้ามีรายได้จากบริการดาต้าทั้งหมด 20% หรือ 1.6 หมื่นล้านบาท จากรายได้รวมทั้งหมด 8 หมื่นล้านบาท รวมทั้งมีฐานลูกค้า เพิ่มกว่า 1 ล้านราย จากผู้ใช้พรีเพดในปัจจุบันที่ 23 ล้านราย
นายอมฤต กล่าวว่า อัตราการใช้มือถือต่อจำนวนประชากรในปัจจุบันเติบโต 120% โดยมีปัจจัยสำคัญมาจากการเติบโตของโทรศัพท์แบบสมาร์ทโฟน ทำให้การใช้งาน 2 ซิม เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น ในลักษณะใช้โพสต์เพดสำหรับการใช้งานดาต้าเป็นหลักและพรีเพดสำหรับโทรออก ซึ่งจะส่งผลให้ตลาดมือถือต่อจากนี้จะเติบโตแบบควบคู่กันไป และดีแทคตั้งเป้ามีส่วนแบ่งประมาณ 30-33% จากจำนวนลูกค้าใหม่ของตลาดรวมที่คาดว่าจะมีประมาณ 4-5 ล้านราย
นอกจากแพคเกจค่าบริการที่หลากหลายแล้ว ยังจะเน้นการทำตลาดร่วมกับพันธมิตรผ่านโปรแกรมซีอาร์เอ็ม เพื่อให้ลูกค้ายังคงอยู่ในระบบนานขึ้น โดยพยายามหาพันธมิตรใหม่ๆ นอกเหนือไปจากรายเดิมที่มีอยู่ ไม่ว่าจะเป็น สตาร์บัคส์ แอร์เอเชีย เอสเอฟ ซีเนม่า เพื่อเพิ่มทางเลือกด้านบริการให้ลูกค้ามากขึ้นด้วย







