
พนักงานโรงแรมเตรียมตัวตกงานได้
ทีเอชเอชี้ค่าจ้าง300บาทไม่ไหว วอนรัฐยืดเวลาใช้ออกไปอีก3
ทีเอชเอชี้ค่าจ้าง300บาทไม่ไหว วอนรัฐยืดเวลาใช้ออกไปอีก3ปี
ทีเอชเอ ถกรับมือรัฐปรับค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท/วัน หวั่นจังหวัดท่องเที่ยวรองทยอยเลิกจ้าง ลดต้นทุนการบริหารจัดการ
นายประกิจ ชินอมรพงษ์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) เปิดเผยว่า สมาคมร่วมกับกระทรวงแรงงาน จัดประชุมระดมความคิดเห็นเรื่องอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท/วัน ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว วันที่ 20 มี.ค.นี้ เพื่อวางกรอบการจ่ายค่าตอบแทนที่ชัดเจน โดยไม่กระทบต่อตัวนายจ้างและลูกจ้าง
ทั้งนี้ จากการประเมินสถานการณ์เบื้องต้น คาดว่านโยบายดังกล่าวจะกระทบต่อผู้ประกอบการท่องเที่ยว โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรมในแหล่งท่องเที่ยวจังหวัดรองอย่าง แม่ฮ่องสอน เชียงราย เชียงใหม่ พะเยา ฯลฯ ให้มีต้นทุนเพิ่มสูงขึ้น ทั้งๆ ที่จำนวนผู้เข้าพักมีปริมาณไม่มากนัก
นอกจากนี้ ธุรกิจการท่องเที่ยวของประเทศ ยังได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2552 ทำให้ราคาห้องพักไม่สอดคล้องกับต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งปัจจุบันอัตราว่าจ้างในกลุ่มดังกล่าว เฉลี่ยที่ 150 บาท/วัน ขณะที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) เฉลี่ยที่ 220/วัน แต่จังหวัดที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวอย่าง กทม. ภูเก็ต สมุย หัวหิน ไม่น่าวิตกกังวลมากนัก เนื่องจากมีแนวโน้มการเติบโตทางการท่องเที่ยวที่ดี
สำหรับผลกระทบที่เกิดขึ้น คาดว่าจะทำให้ผู้ประกอบการทยอยยกเลิกการจ้างงานเพื่อประหยัดต้นทุน โดยเชื่อว่าการลดการว่าจ้างจะส่งผลต่อคุณภาพการบริการที่อาจจะลดลงด้วย และจะส่งผลให้ภาพลักษณ์การเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีการบริการที่ดีได้รับความเสียหายในระยะยาว
“ทีเอชเออยากให้รัฐบาลเลื่อนใช้นโยบายนี้ออกไปอย่างน้อยอีก 23 ปี เพื่อรอดูว่าภาพรวมการท่องเที่ยวไทยกระเตื้องขึ้นจริงๆ เพราะช่วงนี้อยู่ในภาวะฟื้นไข้ โดยที่ไม่มีใครให้คำตอบได้ในปี 2558 การท่องเที่ยวไทยจะสร้างรายได้ตามเป้า 2.2 ล้านล้านบาทได้จริง เพราะรัฐบาลไม่มีแผนผลักดันอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ชัดเจน ซึ่งถึงเวลานั้นถ้าการท่องเที่ยวดี การว่าจ้างก็ดีตามเช่นกัน” นายประกิจ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นโดยตรง การว่าจ้างบัณฑิตจบใหม่ที่จะเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจะลดลงตามไปด้วย ซึ่งปัจจุบันราคาห้องพักในประเทศไทยเฉลี่ย 92-97 เหรียญสหรัฐ/คืน ขณะที่ประเทศคู่แข่งอย่างสิงคโปร์ 250 เหรียญสหรัฐ/คืน







