
ซีอาร์ซีเทกระเป๋า8พันล.
ขยายสาขาโฮมโปร-ไทวัสดุ มั่นใจใน10ปีครบทุกจังหวัด
ขยายสาขาโฮมโปร-ไทวัสดุ มั่นใจใน10ปีครบทุกจังหวัด
ซีอาร์ซี เพาเวอร์รีเทล ทุ่มทุนผุดไทวัสดุโฮมเวิร์ค ปีนี้ 8,000 ล้านบาท วางเป้าเปิดสาขาทั่วไทย 77 จังหวัดให้ครบใน 10 ปี
นายสุทธิสาร จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซี อาร์ ซี เพาเวอร์รีเทล ผู้บริหารร้านโฮมเวิร์ค และไทวัสดุ เปิดเผยว่า แผนลงทุนของบริษัทในปี 2555 จะใช้งบรวมทั้งสิ้น 8,000 ล้านบาท สำหรับขยายสาขาใหม่ของร้านโฮมเวิร์ค 1 สาขา และเปิดสาขาร้านไทวัสดุ 10 สาขา ซึ่งเพิ่มขึ้นเท่าตัวจากปีก่อน
ปัจจุบันบริษัทเปิดดำเนินการร้านโฮมเวิร์ครวม 7 สาขา และไทวัสดุ 10 สาขา พร้อมตั้งเป้าหมายว่า ภายใน 10 ปีข้างหน้าจะมีสาขาของร้านไทวัสดุเปิดให้ครบทุกจังหวัดของไทยรวม 77 จังหวัด
“ตลาดในต่างจังหวัดยังมีศักยภาพเติบโตสูงอยู่ และต้องการวัสดุเพื่อซ่อมแซมบ้าน รวมถึงสร้างบ้านใหม่สูงมาก” นายสุทธิสาร กล่าว
สำหรับการเปิดสาขาของร้านโฮมเวิร์คในปีนี้ที่เปิดเพียง 1 สาขา เนื่องจากปัจจุบันราคาที่ดินสูงมาก โดยเฉพาะทำเลในเมือง ทำให้เปิดสาขาใหม่ได้ไม่มากนัก และยังไม่มีแผนเปิดสาขาในต่างประเทศ
นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการทำตลาดแบรนด์เอกซ์คลูซีฟ หรือแบรนด์ที่มีจำหน่ายในร้าน ได้แก่ แบรนด์คัซซ่า ที่เป็นกลุ่มสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำแบรนด์ คัซซ่า โฮม กลุ่มสินค้าตกแต่งบ้าน แบรนด์ลูซิน่า กลุ่มโคมไฟ และไจแอ้นท์ คิงคอง กลุ่มเครื่องมือช่างคุณภาพดี
ขณะที่เป้าหมายในปีนี้ บริษัทตั้งเป้ายอดขายรวม 1 หมื่นล้านบาท มีอัตราการเติบโต 65% จากปีก่อน เนื่องจากพบว่าพฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบันกลับมาซ่อมแซมบ้านและป้องกันบ้านจากปัญหาน้ำท่วมมากขึ้น จึงเป็นโอกาสของสินค้ากลุ่มก่อสร้างตกแต่งและซ่อมแซมบ้าน
อย่างไรก็ตาม จากราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้น ทำให้ต้องจับตาต้นทุนการขนส่งสินค้าที่อาจเพิ่มสูงขึ้นด้วย และคาดว่าจะทำให้ผู้ผลิตสินค้า (ซัพพลายเออร์) ในกลุ่มเหล็กและกระเบื้องปรับขึ้นราคาได้ เพราะได้รับผลกระทบจากค่าขนส่งสินค้า
“คาดว่าภายใน 1-2 เดือนนี้ ผู้ประกอบการกลุ่มเหล็กและกระเบื้องอาจขอขึ้นราคาได้ แต่ในปัจจุบันกลุ่มสินค้าที่เกี่ยวข้องกับวัสดุซ่อมแซมบ้านและซ่อมแซมบ้านยังไม่มีซัพพลายเออร์รายใดขอขึ้นราคา” นายสุทธิสาร กล่าว
นอกจากนี้ ไทวัสดุยังมีแผนการตลาดสำหรับบัตรไทการ์ด บัตรสะสมแต้มของร้าน โดยแบ่งรูปแบบตามกลุ่มผู้ซื้อเป็น 3 แบบ ได้แก่ 1.บัตรลูกค้าวีไอพีสำหรับบุคคลทั่วไป 2.บัตรสำหรับช่างผู้รับเหมา เจ้าของโครงการ สถาปนิก วิศวกร และ 3.บัตรร้านค้าช่วง สำหรับร้านค้าย่อย หรือผู้ซื้อเพื่อนำไปขาย โดยปัจจุบันมีสมาชิกรวม 4 แสนราย
สำหรับภาพรวมร้านค้าวัสดุก่อสร้าง ผ่านช่องทางห้างค้าปลีกประเภทโมเดิร์นเทรด มีมูลค่าประมาณ 2 แสนล้านบาท เติบโต 5-6%







