posttoday
วิรุฬ-ทนุศักดิ์งัดข้อพักหนี้ดีกลัวแบงก์แย่

วิรุฬ-ทนุศักดิ์งัดข้อพักหนี้ดีกลัวแบงก์แย่

14 มีนาคม 2555

“วิรุฬ-ทนุศักดิ์” งัดข้อนโยบายพักหนี้ดี หวั่นทำจริงแบงก์รัฐหลายแห่งที่อยู่ในกำกับดูแลไปไม่รอด

“วิรุฬ-ทนุศักดิ์” งัดข้อนโยบายพักหนี้ดี หวั่นทำจริงแบงก์รัฐหลายแห่งที่อยู่ในกำกับดูแลไปไม่รอด

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 13 มี.ค. นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง และ 2 รมช.คลัง คือนายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย และนายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ได้ประชุมร่วมกันเพื่อหาข้อสรุปโครงการพักชำระหนี้ให้ลูกค้าชั้นดีรายละไม่เกิน 5 แสนบาท เพื่อนำข้อสรุปเสนอต่อคณะรัฐมนตรีให้เห็นชอบ

ทั้งนี้ การหารือค่อนข้างเคร่งเครียด เมื่อนายวิรุฬที่กำกับดูแลธนาคารเฉพาะกิจของรัฐคือ ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) ไม่เห็นด้วยกับโครงการดังกล่าว โดยให้เหตุผลที่คัดค้านว่าการพักหนี้จะทำให้หนี้ดีกลายเป็นหนี้เสียของแบงก์

“นายวิรุฬเกรงว่าการลดดอกเบี้ย 2% จะทำให้หลายธนาคารมีรายได้ลดลง ซึ่งหลายแบงก์ก็มีรายได้น้อยกำไรไม่มาก หากต้องมาพักหนี้ตามเงื่อนไขดังกล่าวจะทำหลายแบงก์มีผลประกอบการออกมาขาดทุน” แหล่งข่าวเปิดเผย

ทั้งนี้ ธนาคารรัฐ ได้ถูกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มให้เท่ากับธนาคารพาณิชย์ ทำให้มีต้นทุนเพิ่มขึ้นปีละ 1.5 หมื่นล้านบาท กำไรจะลดลงอยู่แล้ว เมื่อผสมกับการลดดอกเบี้ยจะยิ่งทำให้กำไรลดลงมากขึ้นไปอีก

ขณะที่นายกิตติรัตน์ในฐานะที่กำกับดูแลและเป็นประธานกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ก็เริ่มกังวลว่า หาก ธ.ก.ส.ทำนโยบายพักหนี้จนทำให้ผลประกอบการออกมาขาดทุน ก็จะทำให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ได้ว่าเป็น รมว.คลัง ที่ทำให้ธนาคารรัฐเสียหาย

อย่างไรก็ตาม นายทนุศักดิ์ยังยืนยันที่จะเดินหน้าโครงการนี้ต่อตามเงื่อนไขเดิมคือ ลูกหนี้ดีที่เข้าข่ายพักหนี้ 5 ล้านราย เลือกได้ 2 ทาง คือ พักชำระเงินต้น 3 ปี หรือแนวทางสองให้ลดดอกเบี้ย 2% เป็นเวลา 3 ปี

“การประชุมนโยบายพักหนี้ดีล่าสุดก็ยังตกลงไม่ได้ โดยนายวิรุฬ ยืนยันว่า หากให้ช่วยลดดอกเบี้ยเล็กน้อย ไม่ทำให้เป็นภาระทำให้แบงก์รัฐเสียหายขาดทุน ก็พอจะดำเนินการได้ แต่หากทำตามเงื่อนไขเดิมคงมีความเสี่ยงมากที่จะดำเนินการ” แหล่งข่าวเปิดเผย

ก่อนหน้านี้ มีการเปิดเผยว่า หากลดดอกเบี้ยให้ลูกหนี้ดี 2% จะทำให้รายได้ของ ธ.ก.ส.หายไปปีละ 8,000 ล้านบาท ธนาคารออมสิน 3,000 ล้านบาท ธอส. 2,000 ล้านบาท

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า เรื่องนี้เป็นการมองต่างมุม แม้จะเป็นการเพิ่มอำนาจซื้อให้ประชาชนมากขึ้นหากได้พักหนี้และลดภาระดอกเบี้ยลง แต่ก็จะไปสร้างภาระให้กับงบประมาณ หากธนาคารรัฐเสียหายรัฐบาลก็จะต้องตั้งงบประมาณมาชดเชยอยู่ดี แต่เป็นการทำลายวินัยการเงิน

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท