posttoday
ญี่ปุ่นเกาะติดแผนป้องท่วมสหรัตนนคร

ญี่ปุ่นเกาะติดแผนป้องท่วมสหรัตนนคร

13 มีนาคม 2555

ญี่ปุ่นติดตามความคืบหน้าสร้างเขื่อนนิคมฯสหรัตนนครหลังไม่ได้อยู่ในแนวกั้นน้ำท่วมของรัฐบาล

ญี่ปุ่นติดตามความคืบหน้าสร้างเขื่อนนิคมฯสหรัตนนครหลังไม่ได้อยู่ในแนวกั้นน้ำท่วมของรัฐบาล

ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัตน์ รมว.อุตาสาหกรรม เปิดเผยภายหลังการหารือกับนายเซอิจิ โคจิมะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ว่า ญี่ปุ่นมาติดตามความคืบหน้าการสร้างแนวป้องกันน้ำถาวรของนิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร เนื่องจากอยู่ในพื้นที่นอกแนวป้องกันน้ำท่วมของรัฐบาลในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมชี้แจงไปว่าขณะนี้การดำเนินงานของนิคมฯสหรัตนนครอยู่ในขั้นตอนรอให้ศาลเห็นชอบแผนฟื้นฟูกิจการใหม่ ซึ่งการสร้างแนวป้องกันน้ำจะเสร็จทันตามกำหนดในเดือนส.ค. 2555

ขณะที่การขอกู้เงินกระทรวงอุตสาหกรรมได้หารือกับธนาคารออมสินเรียบร้อยแล้ว พร้อมรอกระบวนการยื่นกู้ โดยนิคมฯสหรัตนนครจะกู้เงินจำนวน 1 ใน 3 ของมูลค่าการลงทุน และให้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.) กู้เงินมาสนับสนุน 2 ใน 3 

อย่างไรก็ตาม ญี่ปุ่นยังยืนยันที่จะขยายการลงทุนในประเทศไทยต่อ ซึ่งจากการเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น หลายบริษัทเช่น บริษัทโตชิบา พร้อมจะขยายการลงทุนเครื่องใช้ไฟฟ้าในเมืองไทย บริษัทนิสสัน จะขยายการลงทุนรถยนต์นั่ง บริษัทมารูเบนนี่สนใจเข้ามาลงทุนรถไฟฟ้า บริษัท มิตซุย สนใจลงทุนเกี่ยวกับโครงการพลังงานทดแทน และบริษัท แคนนอน สนใจลงทุนผลิตแผงวงจรไฟฟ้าในเมืองไทย

สำหรับการฟื้นตัวของโรงงานอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ณ วันที่ 1 มี.ค. 2555โรงงานสามารถฟื้นฟูกลับมาผลิตได้แล้วจำนวน 49.7% ของโรงงานทั้งหมดที่ได้รับผลกระทบ และคาดว่าในไตรมาส 2 จะกลับมาได้ประมาณ 60-70% โดยโรงงานในนวนคร และนิคมฯบางปะอิน จะฟื้นตัวเร็ว เนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมดั้งเดิม ต่างจากอุตสาหกรรมไฮเทคที่ฟื้นตัวช้า เพราะรอการนำเข้าและซ่อมแซมเครื่องจักร

นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะคณะกรรมการฟื้นฟูนิคมฯสหรัตนนคร กล่าวว่า ทางบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย (บสท.) ในฐานะเจ้าหนี้ และบริษัทสหรัตนนคร ในฐานะลูกหนี้ ได้เห็นชอบแผนฟื้นฟูกิจการใหม่ และพร้อมที่จะยื่นแผนฉบับใหม่ให้ศาลเห็นชอบได้ในวันที่ 23 มี.ค. 2555  โดยเจ้าหนี้และลูกหนี้น่าจะเห็นชอบแผนรีไฟแนนซ์หนี้ โดยมีเงื่อนไขต้องเปลี่ยนผู้บริแผนฟื้นฟูกิจการใหม่จากเดิมที่ใช้บริษัทเอสซีเอ็มบี ซึ่งหากตกลงได้ในวันที่ 23 มี.ค. ขั้นตอนของนิคมฯสหรัตฯก็จะเข้าสู่ขั้นตอนปกติเหมือนนิคมฯอื่นๆ และสามารถยื่นกู้เงินจากธนาคารออมสินได้

ทั้งนี้ การออกแบบนิคมฯได้ส่งแบบให้กนอ.พิจารณาแล้วมูลค่า660 ล้าน ซึ่งยังเป็นมูลค่าที่สูงเกินไป ทางกนอ.จึงต้องรีบตีราคากลางที่เหมาะสม เพื่อส่งให้ธนาคารออมสิน ขณะที่เงื่อนไขการขอกู้เงิน 2 ใน 3 ของรัฐบาลจะต้องเร่งออกมา เพื่อให้กระบวนการการสร้างเขื่อนของนิคมฯสหรัตฯสามารถดำเนินการได้ตามแผน ที่จะเริ่มก่อสร้างในเดือนเม.ย. และก่อสร้างแล้วเสร็จในเดือนส.ค.

สำหรับแผนฟื้นฟูกิจการทั้งหมดที่ทางผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการเสนอมา ได้แก่ 1. แผนการเพิ่มทุน 2. การรีไฟแนนซ์ และ3. การแปลงมูลค่าสินทรัพย์ให้ครอบคลุมหนี้ทั้งหมด

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท