posttoday
ตั้งเรกูเลเตอร์ฯดูแลโครงข่ายท่อก๊าซ

ตั้งเรกูเลเตอร์ฯดูแลโครงข่ายท่อก๊าซ

13 มีนาคม 2555

ตั้งคณะกรรมการเรกูเลเตอร์อาเซียน กำกับดูแลโครงข่ายท่อก๊าซ และสายส่งไฟฟ้าร่วมกันในภูมิภาคอาเซียน พร้อมตั้งกติกากลางให้เสร็จก่อเปิดเออีซีในปี 2558

ตั้งคณะกรรมการเรกูเลเตอร์อาเซียน กำกับดูแลโครงข่ายท่อก๊าซ และสายส่งไฟฟ้าร่วมกันในภูมิภาคอาเซียน

นายดิเรก ลาวัณย์ศิริ ประธานกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรกูเลเตอร์) เปิดเผยว่า จากการประชุมวิชาการด้านการกำกับกิจการพลังงานอาเซียน ครั้งที่ 3 โดยมีตัวแทนองค์กรกำกับกิจการพลังงานจาก 11 ประเทศเข้าร่วมประชุม ที่ประชุมได้มีมติจัดตั้งคณะกรรมการอาเซียนว่าด้วยเครือข่ายองค์กรกำกับกิจการพลังงาน อย่างเป็นทางการขึ้น ซึ่งถือเป็นการประชุมครั้งแรกร่วมกัน เพื่อเป็นองค์กรหลักในการกำกับกิจการพลังงานระดับอาเซียนร่วมกัน โดยมีเป้าหมายในสร้างโครงข่ายท่อก๊าซและโครงข่ายสายส่งไฟฟ้าร่วมกันในภูมิภาคอาเซียน

ทั้งนี้ จะเร่งให้เกิดความคืบหน้าในการร่วมมือกันให้เร็วที่สุด โดยภายใน 2 เดือนข้างหน้าจะมีการประชุมเพื่อกำหนดทิศทาง และแนวทางการทำงานของคณะกรรมการอาเซียน รวมถึงจัดตั้งโครงสร้างการพัฒนาการกำกับกิจการพลังงานภายใต้อาเซียน เพื่อให้การทำงานเป็นรูปธรรมก่อนที่จะมีการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 โดยขณะนี้ได้ให้ประเทศสมาชิกไปดูหลักการทำงานของแต่ละประเทศและนำมาหารือร่วมกันอีกครั้ง

สำหรับประเทศไทยสิ่งที่ต้องดำเนินการ คือ เรกูเลเตอร์จำเป็นต้องออกระเบียบให้การใช้โครงข่ายร่วมกันมีปัญหาน้อยที่สุด โดยความร่วมมือดังกล่าวจะก่อให้เกิดการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การใช้ไฟฟ้าของแต่ละประเทศมีปริมาณไม่เท่ากันถ้าสามารถบริการจัดการได้ จะทำให้การผลิตไฟฟ้าโดยรวมลดลง ประเทศที่มีความสามารถในการผลิตมาก ก็จะสามารถจ่ายไฟฟ้าไปให้ประเทศอื่นๆ ได้ รวมถึงทรัพยากรก๊าซธรรมชาติที่จะมีโครงข่ายท่อก๊าซเชื่อมต่อกัน

“แต่ละประเทศในอาเซียนมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน เช่น บางประเทศมีความสามารถผลิตไฟฟ้าได้มาก เช่น พล่า ลาว แต่ความต้องการใช้น้อย บางประเทศมีทรัพยากรก๊าซธรรมชาติมากก็สามารถแบ่งปันให้ประเทศอื่นๆ ใช้ได้ เพื่อก่อให้เกิดการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด” นายดิเรก กล่าว

นางพัลลภา เรืองรอง กรรมการกำกับกิจการพลังงาน กล่าวว่า นอกจากการร่วมมือกันสร้างโครงข่ายพลังงานแล้ว การร่วมมือกันจะก่อให้เกิดการลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้า และระบบสายส่งไปยังหลายประเทศที่ยังไม่มี เนื่องจากศักยภาพของแต่ละประเทศในอาเซียนยังมีไม่เท่ากัน ซึ่งจะเกิดประโยชน์ทางอ้อมในการช่วยกันพัฒนาระบบพลังงานของทุกประเทศให้มีความเท่าเทียมกัน เช่น พม่า กัมพูชา ยังต้องการการลงทุนในระบบสายส่งอีกมาก ขณะที่หลายประเทศมีพลังงานเหลือใช้ เช่น ลาว และจีนตอนใต้ หรือก๊าซธรรมชาติอินโดนีเซีย และมาเลเซียก็มีปริมาณมาก เป็นต้น

นายกวิน ทังสุพานิช เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน กล่าวว่า ประเด็นที่สำคัญคือการกำหนดหลักเกณฑ์ กติการร่วมกัน ซึ่งควรจะมีหลักกติกากลางขึ้นมา เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อทุกประเทศ โดยเฉพาะเรื่องมาตรฐาน เพราะคุณภาพก๊าซของแต่ละแหล่งมีไม่เท่ากัน หากต้องมาขนส่งรวมอยู่ในท่อเดียวกันอาจะเกิดปัญหาได้ และเรื่องราคาการเชื่อมต่อ ค่าบริการการขนส่ง หรือค่าผ่านท่อ เพราะแต่ละประเทศมีต้นทุนไม่เท่ากัน ซึ่งเรกูเรเตอร์จะประสานงานกับกระทรวงพลังงานเพื่อเตรียมความพร้อมในเรื่องดังกล่าว

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน