posttoday
ติดปีกกฎหมายแอบถ่ายภาพยนตร์ ลุ้น...ไทย...หลุดผีดับบลิวแอล

ติดปีกกฎหมายแอบถ่ายภาพยนตร์ ลุ้น...ไทย...หลุดผีดับบลิวแอล

13 มีนาคม 2555

หลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติร่างแก้ไข พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ (ฉบับที่...) ว่าด้วยเรื่องการลักลอบแอบถ่ายในโรงภาพยนตร์

หลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติร่างแก้ไข พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ (ฉบับที่...) ว่าด้วยเรื่องการลักลอบแอบถ่ายในโรงภาพยนตร์

เมื่อวันที่ 22 ก.พ.ที่ผ่านมา ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่ไทยจะได้ใช้กฎหมายลักลอบแอบถ่ายในโรงภาพยนตร์ภายในปีนี้อย่างแน่นอน และอาจทำให้ไทยหลุดพ้นจากบัญชีประเทศถูกจับตามองเป็นพิเศษ (พีดับบลิวแอล) ตามการจัดอันดับสถานะประเทศคู่ค้าด้านทรัพย์สินทางปัญญา มาตรา 301 กฎหมายการค้าพิเศษสหรัฐได้ในที่สุด

ปัจฉิมา ธนสันติ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวว่า กฎหมายฉบับนี้กว่าจะเสร็จสมบูรณ์ต้องใช้ระยะเวลานาน 2-3 ปี เริ่มตั้งแต่การร่างกฎหมายลักลอบแอบถ่ายในโรงภาพยนตร์ขึ้นมา ให้เป็นกฎหมายฉบับใหม่ที่จะเข้ามาดูแลอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ซึ่งมีมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท และได้นำเสนอให้ ครม.พิจารณาเมื่อปี 2553 ซึ่ง ครม.เห็นชอบในหลักการและได้ผ่านร่างให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณา

ปรากฏว่าได้ถูกตีกลับ เพราะคณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นว่าควรนำกฎหมายการลักลอบแอบถ่ายในโรงภาพยนตร์มารวมกับกฎหมายลิขสิทธิ์ เพราะถือเป็นเรื่องเดียวกัน ทำให้กรมต้องนำมาปรับปรุงแก้ไขใหม่และนำมารวมอยู่ในร่างกฎหมายลิขสิทธิ์ ซึ่งก็ได้ผ่านความเห็นชอบจาก ครม.ชุดปัจจุบันไปแล้ว และกำลังเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาอีกครั้ง หากผ่านการพิจารณาจะนำกลับเข้า ครม.พิจารณาอีกครั้ง หากไม่มีอะไรติดขัดจะสามารถนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของรัฐสภาตามขั้นตอนของการออกกฎหมายได้ภายในกลางปีนี้

ติดปีกกฎหมายแอบถ่ายภาพยนตร์ ลุ้น...ไทย...หลุดผีดับบลิวแอล

อย่างไรก็ตาม กรมเชื่อว่าร่างกฎหมายการลักลอบแอบถ่ายจะได้ใช้ภายในสิ้นปีนี้แน่นอน เพราะจากการประชุมร่วมกับ กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายทรัพย์สินทางปัญญาแห่งชาติ ได้เร่งรัด (ติดดาว) ที่จะให้กฎหมายการลักลอบแอบถ่ายเป็นวาระสำคัญที่จะต้องทำให้เสร็จภายในปีนี้

หากพิจารณาร่างกฎหมายลักลอบแอบถ่ายในโรงภาพยนตร์ที่ทำขึ้นมานั้น สาระสำคัญมีอยู่ 3 ประเด็นหลัก เพิ่มเติมเข้าไปใน พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ได้แก่ กำหนดเพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับความผิดสำหรับผู้ที่บันทึกภาพยนตร์ในโรงภาพยนตร์โดยไม่ได้รับอนุญาต การกำหนดเพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับโทษสำหรับผู้ที่บังคับ ขู่เข็ญ ชักจูง ส่งเสริม หรือใช้บุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ให้กระทำผิด ต้องระวางโทษเป็น 2 เท่าของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น ดังนั้นผู้ที่มีพฤติกรรมแอบถ่ายในโรงภาพยนตร์จะได้รับโทษตามกฎหมายลิขสิทธิ์ หลังจากที่กฎหมายบังคับใช้แล้ว

นอกจากนี้ ยังเพิ่มโทษในกรณีที่มีการว่าจ้างเด็กหรือเยาวชนเข้าไปแอบถ่าย ซึ่งถือเป็นปัญหามากในขณะนี้ เพราะปัจจุบันการลักลอบแอบถ่ายได้เปลี่ยนแปลงไป โดยว่าจ้างเยาวชนมาแอบถ่าย เมื่อถูกจับเยาวชนก็จะได้รับโทษเพียงเล็กน้อย บางรายก็หลุดรอด และยังยากจะเอาผิดกับผู้อยู่เบื้องหลังกระบวนการนี้ได้ ทำให้การละเมิดภาพยนตร์จึงยังมีสูงอยู่ หากแก้ไขปัญหาจุดนี้ได้ เชื่อว่าปัญหาการละเมิดจะลดน้อยลง

กฎหมายยังได้เพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับข้อยกเว้นการละเมิดลิขสิทธิ์เพื่อประโยชน์ของคนพิการทางการมองเห็น คนพิการทางการได้ยิน และคนพิการทางสติปัญญา โดยข้อยกเว้นดังกล่าว เพื่อเปิดโอกาสให้คนพิการได้เข้าถึงงานอันมีลิขสิทธิ์ได้ตามความจำเป็น เช่น นำงานลิขสิทธิ์ไปถ่ายทอดผ่านอักษรเบรลล์ เป็นต้น

ปัจฉิมา กล่าวว่า หากกฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ เชื่อว่าไทยจะหลุดจากบัญชีพีดับบลิวแอล มาอยู่ในบัญชีจับตามอง (ดับบลิวแอล) ตามการจัดสถานะมาตรา 301 ของสหรัฐ ในรอบปีหน้าอย่างแน่นอน ซึ่งยืนยันว่าไม่ใช่การเอาใจประเทศสหรัฐ แต่ทุกภาคส่วนจะได้รับประโยชน์จากการมีกฎหมายฉบับนี้ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยที่แต่ละปีต้องสูญเสียรายได้จำนวนมากจากการถูกละเมิดลิขสิทธิ์ จนทำให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยไม่พัฒนาอย่างที่ควรจะเป็น

ที่ผ่านมาทางผู้ประกอบการภาพยนตร์ไทยจากหลายค่ายผ่านสมาคมสมาพันธ์ภาพยนตร์แห่งชาติ ก็ได้เร่งรัดให้กระทรวงพาณิชย์และกรมเดินหน้าที่จะผลักดันกฎหมายการลักลอบแอบถ่ายให้มีผลบังคับใช้โดยเร็วที่สุด ทำให้เชื่อว่ากฎหมายฉบับนี้ เมื่อมีผลบังคับใช้จะทำให้อุตสาหกรรมหนังไทยได้พัฒนา และผู้ผลิตสามารถผลิตหนังไทยดีๆ ให้กับคนไทยได้ดู

ในทางกลับกัน หากไทยไม่เอาจริงเอาจังกับการปราบปรามการละเมิดลิขสิทธิ์ จะส่งผลเสียมหาศาลต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ เพราะนั่นหมายถึงการลงทุนจากผู้ประกอบการไทยและผู้ประกอบการต่างชาติจะลดน้อยลง ซึ่งเป็นผลเสียต่อทั้งอุตสาหกรรมภาพยนตร์ทั้งระบบ ซึ่งเรื่องนี้ล่าสุดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับด้านทรัพย์สินทางปัญญาของสหรัฐได้เสนอให้รัฐบาลบล็อกภาพยนตร์ที่จะนำไปขายหรือลงทุนยังประเทศที่มีการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาสูง สะท้อนให้เห็นว่าทั่วโลกให้ความสำคัญต่อเรื่องดังกล่าวมาก

อีกทั้ง ไม่ใช่ไทยเพียงประเทศเดียวที่จะผลักดันกฎหมายนี้ขึ้นมา แต่มีหลายประเทศที่ทำกฎหมายฉบับนี้และได้ใช้ประโยชน์แล้ว เช่น ฮ่องกง และฟิลิปปินส์ ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จกับการแก้ไขปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ภาพยนตร์มาก ไทยจึงจำเป็นต้องมีร่างกฎหมายดังกล่าว รวมทั้งการแก้ไขปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นอีกหนึ่งร่างที่คณะกรรมการนโยบายด้านทรัพย์สินทางปัญญา เร่งทำให้เสร็จภายในปีนี้เช่นกัน

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท