
ขนส่งฯแตะเบรกรถโดยสารขึ้นราคา
ไม่สน‘กิตติรัตน์’ตกลงแท็กซี่ ย้ำต้องพิจารณาต้นทุนทั้งระบบ
ไม่สน‘กิตติรัตน์’ตกลงแท็กซี่ ย้ำต้องพิจารณาต้นทุนทั้งระบบ
ขนส่งฯ ไม้แข็งยังไม่อนุมัติขึ้นราคารถโดยสารทุกประเภท รวมถึงแท็กซี่ ย้ำต้องศึกษาราคาพลังงานทั้งระบบ
นายสมชัย ศิริวัฒนโชค อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง กล่าวว่า ขณะนี้ทางกรมฯ ยังไม่มีนโยบายปรับขึ้นค่ารถโดยสารของทั้งบริษัท ขนส่ง (บ.ข.ส.) องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และรถร่วมเอกชนและรถแท็กซี่ แต่อย่างใด ซึ่งต้องรอการประชุมของคณะกรรมการฯ ก่อน
ทั้งนี้ ในส่วนของการปรับค่าโดยสารรถแท็กซี่นั้นขณะนี้จะยังไม่มีการปรับขึ้นราคาค่าโดยสารรถแท็กซี่ใหม่ในเดือนพ.ค. นี้ ตามกระแสข่าวที่เกิดขึ้น หลังจากที่นาย วิฑูรย์ แนวพานิช ประธานกรรมการสหกรณ์แท็กซี่สยาม ระบุว่า ที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนผู้ประกอบการขนส่ง ที่มีนาย กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เป็นประธาน มีมติให้ผู้ประกอบการแท็กซี่ ปรับขึ้นค่าโดยสาร 5% ของค่าโดยสารรวม ตามที่ผู้ประกอบการร้องขอ แม้ราคาดีเซลจะปรับขึ้นมาเป็นลิตรละ 32.33 บาท แต่การปรับค่าโดยสารต้องพิจารณาราคาก๊าซเอ็นจีวีและแอลพีจี ด้วย เพราะที่ผ่านมากระทรวงพลังงานได้อุดหนุนราคาเอ็นจีวีและแอลพีจี ซึ่งต้องหารือกับกระทรวงพลังงานอีกครั้งก่อนมาตรการนี้จะสิ้นสุดว่าจะอุดหนุนราคาพลังงานต่อไปหรือไม่ ขณะเดียวกันต้องรอให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกนิ่ง 2-3 เดือน เพื่อให้การปรับขึ้นอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง และเป็นราคาที่ผู้ประกอบการขนส่งและประชาชนอยู่ร่วมกันได้
ด้านนายวิฑูรย์ แนวพานิช ประธานกรรมการสหกรณ์แท็กซี่สยาม กล่าวว่า จากการประชุมร่วมกับคณะกรรมการที่มีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้ลงนามให้ผู้ประกอบการรถแท็กซี่สามารถปรับค่าโดยสารได้ตามต้นทุนพลังงาน โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 16 พ.ค.นี้ แต่จะพิจารณาวิธีการปรับขึ้นอีกครั้งว่าจะคิดค่าบริการเริ่มต้น 35 บาทเท่าเดิมและไปคิดเพิ่มตามระยะทาง หรือปรับค่าบริการเริ่มต้นเป็น 40-50 บาท
ทางด้านนายถวัลย์รัฐ อ่อนศิระ อธิบดีกรมเจ้าท่า กล่าวว่า ทางกรมอยู่ระหว่างการรวบรวมและศึกษาข้อมูลและต้นทุนค่าโดยสารของบริษัท เรือด่วนเจ้าพระยา ได้ทำหนังสือขอให้กรมเจ้าท่าพิจารณาปรับขึ้นค่าโดยสารทางเรือใหม่ หลังจากที่ราคาน้ำมันดีเซลขึ้นมาลิตรละ 32 บาท โดยขณะนี้ทางกรมอยู่ระหว่างการรวบรวมและศึกษาข้อมูลและต้นทุนค่าโดยสาร ซึ่งหากราคาน้ำมันดีเซลทะลุ 33 บาท ทางกรมจะเสนอให้มีการพิจารณาการปรับขึ้นค่าโดยสารเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางน้ำต่อไป
นายยู เจียรยืนยงพงศ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการขนส่งทางบกได้ทยอยปรับราคาค่าขนส่งสินค้าแล้ว 3-5% โดยผู้ประกอบการขนส่งอิสระไม่มีสัญญาหรือข้อตกลงกับผู้ผลิตปรับขึ้นค่าขนส่งตามราคาเชื้อเพลิงที่ปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 5% ระหว่างเดือน ก.พ.-มี.ค. 2555 และคาดว่าในช่วงกลางปีนี้จะมีการปรับเพิ่มค่าขนส่งสินค้าอีกครั้งเพื่อสะท้อนต้นทุนค่าขนส่งที่แท้จริง
นอกจากนี้ หาก“ผู้ประกอบการขนส่งแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการขนส่งที่ไม่มีการทำสัญญากับลูกค้าทำกิจการประมาณ 50% และรายย่อยที่มีอยู่ 20% ก็จะปรับราคาค่าขนส่งได้สูงถึง 5% ส่วนกลุ่มที่มีสัญญากับลูกค้าหรือเป็นผู้ประกอบการขนส่งทำกิจการประมาณ 30% จะปรับค่าขนส่งได้เพียง 3% โดยคิดราคาที่เพิ่มขึ้นเฉพาะผลกระทบที่ได้รับจากการขึ้นค่าเชื้อเพลิงเท่านั้น” นายยู กล่าว
สำหรับอัตราค่าขนส่งสินค้าที่ทำให้ผู้ประกอบการขนส่งสินค้ามีรายได้มากที่สุดในขณะนี้คือ การรับขนส่งสินค้าเกษตรซึ่งกำลังออกสู่ตลาด ส่วนอัตราค่าขนส่งสินค้าที่มีรายได้น้อยที่สุด คือ วัสดุก่อสร้าง อย่างไรก็ตาม ทางสมาคมฯยืนยันที่จะไม่ขอชดเชยค่าเชื้อเพลิงจากรัฐบาล แต่จะขอให้รัฐบาลโดยกระทรวงพาณิชย์จัดเงินกู้สำหรับผู้ประกอบการโลจิสติกส์ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการต่อไป
นายยู กล่าวว่า แนวโน้มหากราคาเชื้อเพลิงสูงขึ้น ประกอบกับในอนาคตไทยจะเปิดเสรีทางการค้าในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน คาดว่าต่อไปผู้ประกอบการขนส่งสินค้ารายย่อยจะหายไปจากปัจจุบันถึง 20% หากรัฐบาลไม่ให้ความช่วยเหลือส่วนผู้ประกอบการรายใหญ่และรายกลางอาจร่วมมือเป็นพันธมิตรกับประเทศกลุ่มอาเซียนมากขึ้น







