
สัมมากรลดเสี่ยงลุยต่างจังหวัด
มองโอกาสลงทุนหัวเมืองใหญ่ พร้อมหารายได้จากขาย-เช่า
มองโอกาสลงทุนหัวเมืองใหญ่ พร้อมหารายได้จากขาย-เช่า
สัมมากร กระจายความเสี่ยงหลังน้ำท่วมใหญ่เล็งลงทุนคอนโดมิเนียม ทาวน์เฮาส์ ตลาดต่างจังหวัดคาดประเดิมพัทยา
นายกิตติพล ปราโมช ณ อยุธยา กรรมการและรักษาการกรรมการผู้จัดการ บริษัท เพียวสัมมากร ดีเวลลอปเม้นท์ ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ บริษัท สัมมากร ดีเวลลอปเม้นท์ เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ส่งผลให้บริษัทมีแผนที่จะกระจายการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ประเภทอื่นๆ เพิ่มจากเดิมที่พัฒนาเฉพาะโครง การบ้านเดี่ยว ทั้งอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายและให้เช่า เพื่อกระจายความเสี่ยงจากการลงทุน
นอกจากนี้ ยังมีแผนจะกระจายการลงทุนไปยังโครงการประเภทคอนโดมิเนียมตามแนวรถไฟฟ้าและทาวน์เฮาส์ รวมไปถึงการขยายการลงทุนไปยังตลาดต่างจังหวัด ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีที่ดินสะสมที่พัทยา จ.ชลบุรี โดยอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายใน 1-2 ปีนี้
การพัฒนาโครงการคอมมูนิตี มอลล์ ภายใต้ชื่อเพียวเพลส บริษัทมีเป้าหมายขยายให้ครบ 5 สาขา ภายในปี 2556 นั้น ปัจจุบันลงทุนแล้ว 3 สาขา โดยเปิดให้บริการแล้ว 2 สาขา ได้แก่ เพียวเพลส รังสิต คลอง 2 และเพียวเพลส รามคำแหง 110 ซึ่งเปิดให้บริการเมื่อเดือน ต.ค.ปีที่ผ่านมา และตามแผนของบริษัทที่จะเปิดคอมมูนิตี มอลล์ อีก 2 แห่งในปี 2556 คาดว่าใช้เงินลงทุนแห่งละ 200 ล้านบาท
ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาทำเลเพื่อการพัฒนาโครงการ โดยจะเน้นพื้นที่ที่มีชุมชนมาก มีจำนวนชุมชุนอย่างน้อย 1.5 แสนครัวเรือน ภายในรัศมี 5 กม. หรือบริเวณที่มีหมู่บ้านระดับบีบวก
อย่างไรก็ตาม บริษัทเตรียมเปิดเพียวเพลส ราชพฤกษ์ ในวันที่ 12 พ.ค.นี้ ซึ่งตั้งอยู่ด้านหน้าโครง การสัมมากร ราชพฤกษ์ ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 10 ไร่ พื้นที่ก่อสร้างรวม 1.4 หมื่น ตร.ม. ส่วนพื้นที่ขายหรือให้เช่า 4,000-4,500 ตร.ม. มูลค่าลงทุนกว่า 100 ล้านบาท ตั้งเป้าหมายที่จะมีรายได้เบื้องต้นเฉลี่ย 700-800 บาทต่อ ตร.ม.ต่อเดือน โดยคาดว่าใช้เวลาถึงจุดคุ้มทุนภายใน 6-7 ปี ขณะนี้มีผู้ประกอบการสนใจเช่าพื้นที่แล้วประมาณ 80%
ส่วนแผนพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย ปีนี้เตรียมเปิดโครงการใหม่ 1 แห่ง บนถนนสาย 345 พัฒนาเป็นบ้านเดี่ยวจำนวน 170 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 2.7 ล้านบาท มูลค่าโครงการ 700 ล้านบาท โดยจะเปิดตัวในช่วงไตรมาส 3 นี้ โดยโครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่เลื่อนเปิดมาจากช่วงปลายปีที่ผ่านมาเนื่องจากเหตุการณ์น้ำท่วม
"ในปีนี้บริษัทมีแผนเปิดโครงการใหม่เพียง 1 โครงการซึ่งได้เลื่อนมาจากปีก่อน เพราะน้ำท่วม ทำให้ต้องมีการปรับปรุงพื้นที่โดยรอบโครงการ เช่นมีการรื้อรั้วใหม่ คาดว่าจะเปิดโครงการในไตรมาส 3 เพื่อให้มั่นใจว่าน้ำจะไม่ท่วมอีก และปัจจุบันบริษัทมีบ้านสต็อกรอขายประมาณ 600-700 ยูนิต มูลค่ากว่า 5,000 พันล้านบาท "นายกิตติพล กล่าว
สำหรับเป้าหมายการดำเนินงานในปีนี้ บริษัทตั้งเป้ามีรายได้ที่ประมาณ 890-900 ล้านบาท จากปี 2554 ที่มีรายได้ที่ 680 ล้านบาท และคาดว่าจะมีกำไรสุทธิปี 2555 ที่ 80-90 ล้านบาท จากรายได้ 890 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากค่าเช่าประมาณ 60-70 ล้านบาท หรือมีรายได้ประมาณ 6-7 ล้านบาทต่อเดือน ซึ่งบริษัทมีแผนที่จะขยายรายได้ค่าเช่าให้ได้ 10-15 ล้านบาทต่อเดือน







