
ไทยแห้วหลุดพีดับบลิวแอลเม.ย.นี้
“พาณิชย์” คาดไทยถูกขึ้นบัญชีดำพีดับบลิวแอลต่อ หลังยังมีการละเมิดลิขสิทธิ์สินค้าบันเทิง
“พาณิชย์” คาดไทยถูกขึ้นบัญชีดำพีดับบลิวแอลต่อ หลังยังมีการละเมิดลิขสิทธิ์สินค้าบันเทิง
นางปัจฉิมา ธนสันติ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า ไทยจะยังคงถูกจัดอันดับในบัญชีประเทศจับตามองเป็นพิเศษ (พีดับบลิวแอล) ของสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (ยูเอสทีอาร์) ต่อไป ตามการจัดสถานะประเทศคู่ค้าด้านทรัพย์สินทางปัญญา มาตรา 301 โดยจะมีการประกาศผลวันที่ 30 เม.ย.นี้
ทั้งนี้ ยังหวังว่าในรอบปีหน้า ไทยจะหลุดจากบัญชีพีดับบลิวแอลแน่นอน เพราะกฎหมายแอบถ่ายในโรงภาพยนตร์และกฎหมายการละเมิดทางอินเทอร์เน็ตที่บรรจุไว้ใน พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ จะมีผลบังคับปลายปี 2555 ซึ่งเป็นสิ่งที่สหรัฐเรียกร้องให้ไทยทำมาตลอด
รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า การที่ไทยยังอยู่ในบัญชีดังกล่าวต่อไปอาจทำให้สหรัฐใช้มาตรการตอบโต้ทางการค้ากับไทย เช่น การตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี)
เมื่อต้นเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ยูเอสทีอาร์ ได้ทำประชาพิจารณ์ผู้ประกอบการที่เป็นเจ้าของสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาด้านต่างๆ ของสหรัฐ เช่น สมาพันธ์ทรัพย์สินทางปัญญาระหว่างประเทศ (ไอไอพีเอ) ซึ่งเป็นการรวมตัวของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมบันเทิงและซอฟต์แวร์ ยังคงยืนยันให้ไทยอยู่ในบัญชีพีดับบลิวแอลต่อไป ร่วมกับอาร์เจนตินา แคนาดา ชิลี จีน คอสตาริกา อินเดีย อินโดนีเซีย รัสเซีย และยูเครน
สาเหตุเพราะไทยยังมีการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของสหรัฐในระดับรุนแรงเห็นได้จากเมื่อเร็วๆ นี้ ยูเอสทีอาร์ได้เผยแพร่รายชื่อสถานที่ที่มีการขายสินค้าละเมิดในไทย ทั้งพันธุ์ทิพย์พลาซ่า คลองถม สะพานเหล็ก บ้านหม้อ พัฒนพงษ์ สีลม มาบุญครอง
นอกจากนี้ ยังมีการละเมิดลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ เพลง หนังสือ ทางอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้น เพราะไทยมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากขึ้น อย่างการใช้บรอดแบรนด์ และ 3จี ที่ทำให้การโหลดทำได้เร็วขึ้น รวมทั้งยังมีการละเมิดโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์มากขึ้น คิดเป็นมูลค่าเสียหายสูงถึง 72 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2554 อีกทั้งยังมีการละเมิดใหม่ๆ คือ การซื้อขายฮาร์ดดิสก์และเอ็กซ์เทอร์นอล ฮาร์ดดิสก์ ที่บรรจุภาพยนตร์ละเมิดลิขสิทธิ์กว่า 200 เรื่อง
รวมทั้งยังมีการวางขายสินค้าละเมิดทั้งลิขสิทธิ์เพลง ภาพยนตร์ ซอฟต์แวร์ในรูปแผ่นซีดี ดีวีดี บลูเลย์ดิสก์ ตลอดจนการละเมิดผ่านเคเบิลทีวีและสัญญาณดาวเทียมรวมถึงทำเลียนแบบสินค้าแบรนด์เนมดังๆ
ยังงมีการละเมิดลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ เพลง หนังสือ ทางอินเตอร์เน็ตเพิ่มขึ้น เพราะไทยมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากขึ้น อย่างการใช้บรอดแบรนด์ และ 3 จี ที่ทำให้การโหลดทำได้เร็วขึ้น ที่สำคัญ คนไทยกว่า 18.3 ล้านคนเข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้แล้ว ขณะเดียวกัน ยังมีการละเมิดโทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์มากขึ้นถึง 100% คิดเป็นมูลค่าเสียหายสูงถึง 72 ล้านเหรียญสหรัฐฯในปี 2554 อีกทั้งยังมีการละเมิดใหม่ๆ คือ การซื้อขายฮาร์ดดิสก์ และเอ็กซ์เทอร์นอล ฮาร์ดดิสก์ ที่บรรจุภาพยนตร์ละเมิดลิขสิทธิ์กว่า 200 เรื่อง
สำหรับการออกกฎหมายป้องกันการแอบถ่ายในโรงภาพยนตร์ การป้องกันการละเมิดบนเครือข่ายอินเตอร์เน็ตและการออกกฎหมายเอาผิดกับเจ้าของสถานที่นั้น ขณะนี้ ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการ ประกอบกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ดำเนินการปราบปรามการละเมิดอย่างจริงจัง ไม่มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ยังมีการยอมความเมื่อจับกุมผู้กระทำความผิดได้ จึงทำให้การละเมิดยังรุนแรงอย่างต่อเนื่อง







