
พัทยาอ้อนเปิดต่างชาติซื้อ
คอนโดหรูได้เกินกม.คุม49%ชี้เปิดเออีซีเสร็จทุนนอกอยู่ดี
คอนโดหรูได้เกินกม.คุม49%ชี้เปิดเออีซีเสร็จทุนนอกอยู่ดี
“อิทธิพล คุณปลื้ม” อ้อนมหาดไทย ขอเพิ่มสัดส่วนต่างชาติซื้ออสังหาฯ เกิน 49% พร้อมชงรัฐเปิดอู่ตะเภารับไฟลต์บินตรง
นายรณกิจ เอกะสิงห์ รองนายกเมืองพัทยา เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาตลาดคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์ในพัทยา สามารถขายให้ต่างชาติได้เพียง 49% ของพื้นที่ขายทั้งหมดตามกฎหมายการถือครองอสังหาริมทรัพย์ ทำให้ส่วนที่เหลืออีก 51% เหลือขายในตลาดจำนวนมาก เพราะไม่สามารถขายให้ต่างชาติได้ และคนไทยไม่มีกำลังซื้อ ห้องชุดระดับราคาดังกล่าว
ทั้งนี้ ปัจจัยดังกล่าวทำให้นายอิทธิพล คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา มีแนวคิดที่จะหารือกับกระทรวงมหาดไทย เพื่อนำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้พัทยาเป็นพื้นที่นำร่อง ในการเพิ่มสัดส่วนการถือครองอสังหาริมทรัพย์ และการลงทุนในบริษัทต่างๆ ของต่างชาติให้เกินกว่า 49% เพื่อผลักดันเศรษฐกิจ ลดปัญหานอมินี และรับรู้ปัญหาการขยายสิทธิดังกล่าวก่อนการเปิดเสรีอาเซียน หรือเออีซี ในปี 2558 เพื่อหาแนวทางป้องกันไว้ก่อนล่วงหน้า
นอกจากนี้ เป็นเพราะการเปิดเออีซี ทำให้ไทยต้องเปิดเสรีให้ต่างชาติที่เป็นคนในแถบอาเซียน เข้ามาลงทุนได้มากกว่า 49% ซึ่งในเบื้องต้นคาดว่าจะอยู่ที่สัดส่วน 70% อยู่แล้ว จึงต้องการให้พัทยาและพื้นที่เชื่อมโยง ประกอบด้วย เทศบาลหนองปรือ บางละมุง ตะเคียนเตี้ย ตำบลโป่ง ห้วยใหญ่ นาจอมเทียน องค์การบริหารส่วนตำบลหนองปลาไหล และเขาไม้แก้ว เป็นพื้นที่นำร่องที่เริ่มก่อน
“เราขอเป็นผู้ริเริ่ม ซึ่งถ้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นว่าเป็นประโยชน์จะขยายให้พื้นที่อื่นๆ เช่น ภูเก็ต สมุย เป็นพื้นที่นำร่องด้วยก็เป็นเรื่องที่ดี” นายรณกิจ กล่าว
อย่างไรก็ตาม กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก ประกอบด้วย ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด เตรียมหารือร่วมกันเพื่อเสนอกระทรวงคมนาคมให้พิจารณายกระดับสนามบินอู่ตะเภา ให้เป็นสนามบินที่รับสายการบินปกติ (Regular Flight) ที่บินตรงมาจากต่างประเทศเลย เพื่อให้การเดินทางมายังจังหวัดในภาคตะวันออกมีความสะดวกมากขึ้นมาก
ปัจจุบันสนามบินอู่ตะเภาได้ยกระดับขึ้นมาเป็นท่าอากาศยานสากลพัทยา ระยอง เพื่อรองรับชาร์เตอร์ไฟลต์ (เช่าเหมาลำ) จากต่างประเทศแล้ว แต่หากมีสายการบินปกติเข้ามาด้วยจะยิ่งเป็นผลดีกับกลุ่มจังหวัดตะวันออก เช่น ถ้านักท่องเที่ยวต้องการเดินทางมายังเกาะช้าง จ.ตราด ก็สามารถบินตรงมายังอู่ตะเภา แล้วนั่งรถต่อไปอีกเพียง 2 ชั่วโมง เท่านั้นจากถ้าเดินทางจากกรุงเทพฯ จะใช้เวลามากกว่า 5 ชั่วโมง เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม หากภาครัฐ มองว่าไม่จำเป็นต้องยกระดับอู่ตะเภาให้เป็นท่าอากาศยานเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ ก็ควรเร่งโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง สุวรรณูภูมิชลบุรี ให้เห็นเป็นรูปธรรม เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเดินทางมายังพัทยา เพราะใช้เวลาเพียง 45 นาทีเท่านั้น







