
ร้านค้าในพาราไดซ์พาร์คถูกจองเต็ม100%แม้การเมืองรุมเร้า
สยามพิวรรธน์ มองปัญหาการเมืองเป็นเรื่องปกติ ผู้ประกอบการยังเดินหน้าต่อ ล่าสุดพาราไดซ์ พาร์ค ขายพื้นที่หมด 100% ใน 6 เดือน
สยามพิวรรธน์ มองปัญหาการเมืองเป็นเรื่องปกติ ผู้ประกอบการยังเดินหน้าต่อ ล่าสุดพาราไดซ์ พาร์ค ขายพื้นที่หมด 100% ใน 6 เดือน
นางชฎาทิพ จูตระกูล รองประธานกรรมการ บริษัท พาราไดซ์ พาร์ค และกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท สยามพิวรรธน์ เปิดเผยว่า ปัญหาการเมืองที่เกิดในประเทศไทย บริษัทมองว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะเป็นปัญหาที่เกิดมาตลอด 4 ปี ที่ผ่านมา จะหนักเบาอย่างไรก็ผ่านพ้นมาได้ ดังนั้นการชุมนุมที่จะเกิดขึ้นในช่วงกลางเดือน มี.ค. นี้ก็ต้องผ่านพ้นไป และบริษัทก็ไม่มีแผนจะปิดการบริการของศูนย์การค้าใด เนื่องจากลูกค้ายังต้องการเข้ามาใช้บริการต่างๆ ของห้าง แต่หากลูกค้าไม่สามารถเดินทางเข้ามาใช้บริการได้ด้วยปัญหาใดก็ตาม จึงจะพิจารณาปิดดำเนินการเป็นกรณีๆ ไป
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีปัญหาการเมืองเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ผู้ประกอบการต่างๆ ก็ยังตัดสินใจเซ็นสัญญาจองพื้นที่ดำเนินธุรกิจที่พาราไดซ์ พาร์ค หรือ เสรีเซ็นเตอร์เดิม ทั้งหมด 700 ร้านค้า บนพื้นที่ 9 หมื่นตารางเมตร หมดภายใน 6 เดือน ซึ่งเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ว่า ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ผู้ประกอบการทุกๆ รายยังคงเดินหน้าดำเนินธุรกิจของตนเองต่อไป คาดว่า ร้านค้าต่างๆ ในพาราไดซ์ พาร์ค จะค่อยๆ ทยอยเปิดดำเนินการนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ซึ่งในขณะนี้มีเพียงโซนการศึกษาเพียงโซนเดียวที่เปิดดำเนินการแล้ว ส่วนทางศูนย์จะเปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการในช่วงเดือน มิ.ย. นี้
สำหรับความมั่นใจของชาวต่างชาติที่มีต่อประเทศไทยนั้น จากที่บริษัทเซ็นสัญญากับพิพิธภัณฑ์มาดามครูโซ เปิดพิพิธิภัณฑ์มาดามครูโซในประเทศไทยด้วยงบ 500 ล้านบาท ก็เป็นการชี้วัดว่า ต่างชาติยังเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทย และมองว่าปัญหาการเมืองในประเทศเป็นปัญหาระยะสั้นเท่านั้น







