
GOLD-BHบิ๊กล็อต
‘มหากิจศิริ’ขายฟันกำไรแผ่นดินทอง รพ.กรุงเทพซื้อบำรุงราษฎร์จากตปท.
‘มหากิจศิริ’ขายฟันกำไรแผ่นดินทอง รพ.กรุงเทพซื้อบำรุงราษฎร์จากตปท.
หุ้นใหญ่เปลี่ยนมือบำรุงราษฎร์–แผ่นดินทอง “ประยุทธ” เผยขายหุ้น GOLD กำไรงาม ขณะที่ BGH เก็บ BH เพิ่มไม่คิดเทกโอเวอร์
นายประยุทธ มหากิจศิริ ประธานกรรมการ บริษัท ไทยฟิล์มอินดัสตรี่ (TFI) เปิดเผยว่า นายเฉลิมชัย มหากิจศิริ และ น.ส.อุษณา มหากิจศิริ ได้ขายหุ้นบริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ (GOLD) และใบสำคัญแสดงสิทธิเพื่อซื้อหุ้นสามัญของบริษัท แผ่นดินทองฯ (GOLDW1) ให้กับนักลงทุนกลุ่มหนึ่ง ผ่านกระดานรายใหญ่ (บิ๊กล็อต) วันที่ 9 มี.ค. 2555
หุ้นที่จำหน่าย ประกอบด้วย GOLD 5 รายการ จำนวนหุ้นทั้งสิ้น 281,316,464 หุ้น หรือประมาณ 24.80% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้ว ราคาหุ้นละ 5 บาท รวมมูลค่า 1,406.58 ล้านบาท และจำหน่าย GOLD-W1 จำนวน 105,877,712 หน่วย ราคาหน่วยละ 2 บาท รวมมูลค่า 211.75 ล้านบาท
“เราได้เงินจากการขายหุ้นและวอร์แรนต์ครั้งนี้ประมาณ 1,618.33 ล้านบาท แต่บอกไม่ได้ว่าขายให้ใคร ส่วนสาเหตุที่ขายก็ไม่มีอะไรมาก เพราะเราเป็นนักธุรกิจ เห็นว่าได้กำไรก็ขาย” นายประยุทธ กล่าว
การขายหุ้นครั้งนี้ คาดว่ากลุ่มมหากิจศิริทำรายการผ่านบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ดีบีเอส วิคเคอร์ส ทำให้มีมูลค่าขายจำนวน 2,216 ล้านบาท และมูลค่าซื้อเพียง 865 ล้านบาท หรือส่วนต่างจำนวน 1,351 ล้านบาท
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) พบว่ากลุ่ม “มหากิจศิริ” ซื้อหุ้น GOLD มาในราคาเฉลี่ยหุ้นละ 4.50 บาท และซื้อ GOLD-W1 มาในราคาหน่วยละ 1 บาท รวมมูลค่า 1,371.80 ล้านบาท
ดังนั้น คาดว่ากลุ่ม “มหากิจศิริ” จะได้กำไรจากการขายหุ้นและวอร์แรนต์ครั้งนี้ประมาณ 246.53 ล้านบาท หลังจากที่ถือหุ้นดังกล่าวมาเพียง 5 เดือนเท่านั้น หรือจากวันที่ซื้อหุ้น 11 ต.ค. 2554
วันที่ 8 มี.ค.ที่ผ่านมา มีรายการบิ๊กล็อตหุ้นโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ (BH) จำนวน 24 ล้านหุ้น ราคาเฉลี่ยหุ้นละ 54 บาท คิดเป็นมูลค่า 1,296 ล้านบาท
รายการบิ๊กล็อตดังกล่าว ส่งผลให้ราคาหุ้นบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ (BGH) เจ้าของโรงพยาบาลกรุงเทพ ซื้อขายวันที่ 9 มี.ค. ปรับตัวขึ้นผิดปกติ ทั้งราคาและมูลค่าการซื้อขาย โดยราคา BGH ขึ้นไปสูงสุด 83.25 บาท เพิ่มขึ้น 4.50 บาท ก่อนจะย่อลงปิด 82.50 บาท เพิ่มขึ้น 3.75 บาท มูลค่าซื้อขาย 784.13 ล้านบาท
สำหรับ BH ปิด 52.25 บาท เพิ่มขึ้น 2.25 บาท มูลค่าซื้อขาย 375.60 ล้านบาท
แหล่งข่าวจากที่ปรึกษาการเงินโบรกเกอร์แห่งหนึ่ง เปิดเผยว่า รายการบิ๊กล็อต BH มูลค่า 1,296 ล้านบาท เป็นรายการที่บริษัท BGH เข้ามาเก็บหุ้น BH เพิ่ม โดยซื้อจากผู้ถือหุ้นสถาบันและกองทุน ส่วนกลุ่มโสภณพนิชและเครือธนาคารกรุงเทพผู้ถือหุ้นเดิม ไม่ได้ขายหุ้นออก
“เป้าหมายการซื้อหุ้นเพิ่มของ BGH ไม่มีนัยสำคัญ เป็นการซื้อหุ้นเพิ่มเพื่อลงทุน เนื่องจาก BGH เป็นหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐาน ผลประกอบการดี ไม่ได้มุ่งเทกโอเวอร์ แม้ว่าจะทำธุรกิจเหมือนกัน แต่การเทกโอเวอร์ BH ไม่ใช่เรื่องง่าย” แหล่งข่าวเปิดเผย
นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ เปิดเผยว่า วันที่ 5 มี.ค.ที่ผ่านมา ได้ซื้อหุ้น BGH อีกจำนวน 706,800 หุ้น ในราคาเฉลี่ย 75.34 บาทต่อหุ้น รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 53.23 ล้านบาท หลังจากทยอยซื้อหุ้นมาหลายล็อต
นักวิเคราะห์ บล.เอเซีย พลัส ได้แนะนำถือหุ้น BGH หรือให้เปลี่ยนไปลงทุนหุ้น BH หลังจากราคาหุ้น BGH ปรับตัวขึ้นมามากจนเต็มมูลค่าพื้นฐานที่ให้ไว้ 82 บาทแล้ว ขณะที่ BH มีสัดส่วนราคาต่อกำไร (พีอี) ต่ำสุดในภูมิภาคและมีศักยภาพเติบโตสูง
บล.เกียรตินาคิน แนะนำให้ถือหุ้น BGH แม้ราคาก็เกินมูลค่าพื้นฐานที่ตั้งไว้ 78 บาทแล้วก็ตาม
ทางด้านบริษัท โอสถสภา ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ บริษัท ไว้ท์กรุ๊ป (WG) แจ้งว่า เมื่อวันที่ 6 มี.ค. 2555 ว่าได้มีการซื้อหุ้น WG จำนวน 3,006,918 หุ้น คิดเป็น 16.85% เมื่อรวมกับหุ้นที่มีอยู่เดิมทำให้ถือหุ้นทั้งสิ้น 23.35% ทั้งนี้ราคาสูงสุดที่ได้มาอยู่ที่ 75.50 บาท และไม่มีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการบริหาร







