
ขอ3เดือนฟันแน่โฆษณายาวิเศษ
กสทช. ขอเวลา 3 เดือน ฟันโฆษณาเกินจริงผ่านเคเบิล เร่งถกไทยคมออกมาตรการคุมเนื้อหา
กสทช. ขอเวลา 3 เดือน ฟันโฆษณาเกินจริงผ่านเคเบิล เร่งถกไทยคมออกมาตรการคุมเนื้อหา
น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ด้านคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ เปิดเผยว่า กสทช.ขอเวลา 3 เดือน เพื่อตรวจสอบและประกาศมาตรการชั่วคราวสำหรับควบคุมดูแลโฆษณาสินค้ากลุ่มผลิตภัณฑ์สุขภาพ ซึ่งเผยแพร่ทางทีวีดาวเทียม เคเบิลทีวี และวิทยุชุมชน ที่มีเนื้อหาเกินจริง
เนื่องจาก กสทช. ได้รับการร้องเรียนจากมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคและเครือข่ายองค์กรผู้บริโภค 16 จังหวัด ให้ควบคุมโฆษณาที่เป็นสินค้ากลุ่มผลิตภัณฑ์สุขภาพ ซึ่งเผยแพร่ทางทีวีดาวเทียม เคเบิลทีวี และวิทยุชุมชน ว่าปัจจุบันสินค้าดังกล่าวมีเนื้อหาโฆษณาที่ฝ่าฝืนพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 คิดเป็น 95% โดยโฆษณาแสดงสรรพคุณเป็นยา ว่าสามารถบำบัดบรรเทา รักษา หรือป้องกันโรค รวมไปถึงบำรุงร่างกายได้
อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นก่อนที่จะออกใบอนุญาต จะมีการตรวจสอบการนำเสนอเนื้อ หาของผู้ประกอบการ โดยนำไปพิจารณาร่วมกับการออกใบอนุญาต โดยบทลงโทษตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 จะมีผลบังคับใช้ได้ หลังจากที่ กสทช.ออกใบอนุญาตให้ผู้ประกอบการ
นอกจากนี้ กสทช.จะบังคับไทยคมทางอ้อมให้ช่วยดูแลในเรื่องนี้ เนื่องจากขณะนี้ไทยคมให้เช่าช่องสัญญาณแก่ผู้ให้บริการเคเบิลทีวีกว่า 100 ช่อง รวมทั้งให้บริการดาวเทียมของตัวเอง จึงต้องการให้ไทยคมช่วยควบคุมโฆษณาที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สุขภาพ และจะประสานขอความร่วมมือกับสมาคมทีวีดาวเทียมเพื่อดูแลในเรื่องนี้เช่นกัน
“สิ่งที่น่าห่วงที่สุดคือวิทยุชุมชนที่ควบคุมค่อนข้างลำบาก และปัญหาดังกล่าวได้สะสมมานานมากเกินที่จะเยียวยา แต่จะเร่งนำเรื่องเข้าสู่กติกาที่เกี่ยวโยงไปถึงการให้ใบอนุญาตในอนาคต” น.ส.สุภิญญา กล่าว
มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคยังได้เสนอให้ กสทช.กำหนดกลไกกำกับดูแล และมีบทลงโทษแก่ผู้ประกอบการอย่างรวดเร็ว และให้มีการจัดสรรงบประมาณอย่างเพียงพอและต่อเนื่องเพื่อสนับสนุน ส่งเสริม และคุ้มครองผู้บริโภคให้มีความรู้ เท่าทันกับการโฆษณาซึ่งต้องใช้เวลาอย่างน้อย 5 ปี รวมทั้งต้องสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเคเบิลทีวี วิทยุชุมชน และทีวีดาวเทียมตรวจสอบกันเอง
ปัญหาสำคัญของ กสทช.ฝั่งกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ คือ เรื่องงบประมาณที่ยังไม่ได้รับอนุมัติอย่างเป็นทางการ ส่งผลให้ต้องพึ่งงบของ กสทช.ด้านกิจการโทรคมนาคม และทำให้การดำเนินการต่างๆ ค่อนข้างทำได้ลำบาก







