
‘BAFS’มั่นใจปีนี้กำไรสดใส
คนเอเชียเที่ยวแทนที่ยุโรปอานิสงส์รัฐลดภาษีนิติบุคคล
คนเอเชียเที่ยวแทนที่ยุโรปอานิสงส์รัฐลดภาษีนิติบุคคล
BAFS แย้มปีนี้กำไรดี คนในเอเชียแห่ท่องเที่ยวชดเชยกลุ่มยุโรปซบเซา แถมปีนี้ได้ภาษีลดดันกำไรสุทธิโตเกิน 25%
นายฉัตรธัย พันธัย ผู้จัดการอาวุโส บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ (BAFS) เปิดเผยว่า บริษัทประเมินถึงปริมาณบริการเติมน้ำมันอากาศยานที่บริษัทให้บริการในปีนี้ ประมาณ 4,780 ล้านลิตร หรือโตประมาณ 4% จากปีที่ผ่านมา และคาดว่าจะทำให้รายได้ของบริษัทในปีนี้ขยายตัวได้ในอัตราเดียวกันที่ระดับ 4% จากปีที่ผ่านมา มีรายได้ รวมทั้งสิ้น 2,409.3 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าขณะนี้จำนวนนักท่องเที่ยวจากกลุ่มประเทศยุโรปจะลดลง แต่ก็ได้จำนวนนักท่องเที่ยวในเอเชียมีการขยายตัวในระดับที่สูงมากเพียงพอจะชดเชยในส่วนของโซนยุโรปที่ลดลงได้ และยังทำให้ปริมาณการเดินทางทางอากาศมีความคึกคัก
สำหรับอัตรากำไรสุทธิในปีนี้น่าจะเพิ่มขึ้นมาเป็น 25% จากปีที่ผ่านมา อยู่ที่ 21.9% นอกจากธุรกิจขยายตัวดีตามปกติแล้ว บริษัทยังได้รับปัจจัยบวกจากการที่รัฐบาลประกาศลดอัตราภาษีนิติบุคคลจาก 30% เหลือ 23% และเหลือระดับ 20% ในปีถัดไปเข้ามาสนับสนุนด้วย
สำหรับปี 2554 ที่ผ่านมา บริษัทมีกำไรสุทธิทั้งสิ้น 527.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.4 ล้านบาท หรือ 0.8% จากปีที่ผ่านมา และคิดเป็นกำไรต่อหุ้น หุ้นละ 1.03 บาท
นายฉัตรธัย กล่าวว่า ในส่วนของผลประกอบการในไตรมาสแรกนี้น่าจะออกมาดี เพราะจากตัวเลข 2 เดือนแรกของปีนี้ พบว่ารายได้มีการขยายตัวมากกว่าเป้าที่ตั้งไว้ระดับ 4% เนื่องจากพบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวยังคงสูงต่อเนื่องจากปลายปีที่ผ่านมา
นอกจากนี้ ในส่วนของงบลงทุนนั้น ปีนี้บริษัทตั้งงบลงทุนไว้ที่ 60 ล้านบาท โดยจะนำเงินดังกล่าวประมาณ 30 ล้านบาท ไปซื้อระบบเจเนอเรชัน หรือระบบปั๊มจ่ายไฟฟ้าสำรอง หากไฟดับ โดยจะใช้ในกรณีฉุกเฉิน โดยเครื่องดังกล่าวจะติดตั้งไว้ในพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิ ส่วนจำนวนเงินที่เหลือนั้น บริษัทจะใช้ในการปรับปรุงซ่อมแซมเครื่องสำหรับเติมน้ำมันเครื่องบิน
นายฉัตรธัย กล่าวถึงสาเหตุของการเข้าซื้อบริษัท ขนส่งน้ำมันทางท่อ (FPT) จากกลุ่มเจ้าหนี้เดิม เป็นจำนวนยอดภาระหนี้คงเหลือ 1,717 ล้านบาท ในราคาประมาณ 738 ล้านบาท เนื่องจากเป็นบริษัท 1 ใน 2 ราย ที่นำส่งวัตถุดิบให้กับบริษัท การเข้าซื้อก็เพื่อสร้างเสถียรภาพทางวัตถุดิบ
นอกจากนั้น FPT เป็นบริษัทที่มีกระแสเงินสดสูงมาก เมื่อเข้าซื้อแล้วจะทำให้บริษัทมีเงินสดเข้ามาปีละกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งบริษัทจะนำกระแสเงินดังกล่าวไปชำระเงินสดที่กู้มา โดยมองว่าหากบริษัทเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ใน FPT แล้ว จะยื่นเรื่องต่อศาลล้มละลายกลางเพื่อขอปรับปรุงโครงสร้างหนี้ของบริษัท FPT และเข้ามาพัฒนาบริษัทต่อไป
ด้านราคาหุ้น BAFS ปิดตลาดเมื่อวันที่ 8 มี.ค. ที่ระดับ 13.80 บาท เพิ่มขึ้น 0.30 บาท







