
จี้ลอยตัวน้ำตาลรับเออีซี
รง.เพิ่มคุณภาพดึงตลาดอาเซียนคืนจากบราซิล
รง.เพิ่มคุณภาพดึงตลาดอาเซียนคืนจากบราซิล
3 สมาคมโรงงานน้ำตาลทราย ดันลอยตัวราคาน้ำตาลในประเทศรับเออีซี ด้านโรงงานเตรียมเพิ่มคุณภาพการผลิตทวงตลาดอาเซียนคืนจากบราซิล
นายวิบูลย์ ผาณิตวงศ์ รองประธานคณะกรรมการประสานงาน 3 สมาคมโรงงานน้ำตาลทราย เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการโรงงานน้ำตาลทรายมีแนวคิดที่จะผลักดันให้มีการยกเลิกการควบคุมราคาน้ำตาลทรายภายในประเทศ ที่ปัจจุบันกำหนดเพดานอยู่ที่ระดับ 21-22 บาทต่อกิโลกรัม
เพื่อรองรับการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 เพราะเมื่อเปิดเสรีแล้ว การคุมราคาน้ำตาลทรายในประเทศจะเป็นอุปสรรคต่อการสร้างความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย
ขณะเดียวกันกลุ่มผู้ประกอบการโรงงานน้ำตาลทรายที่มีความพร้อม จะเริ่มปรับปรุงกระบวนการผลิตน้ำตาลทรายดิบเพื่อปรับคุณภาพผลผลิต โดยเพิ่มค่าความหวาน (Polarization : โพล) น้ำตาลทรายดิบมาอยู่ที่ระดับ 99.2 ดีกรี ซึ่งจะใช้เป็นค่ามาตรฐานความหวานในน้ำตาลทรายดิบที่ใช้ส่งออกที่จะเริ่มใช้ในฤดูกาลผลิตปี 2555/2556
จากเดิมกำหนดค่าความหวานอยู่ที่ 96.00-98.50 ดีกรี เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการแข่งขันและโอกาสส่งออกของอุตสาหกรรมน้ำตาล รวมทั้งยังเป็นการรองรับการเปิดเออีซีอีกทางหนึ่งด้วย
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาประเทศอินโดนีเซียและมาเลเซียเป็นตลาดส่งออกน้ำตาลทรายดิบรายใหญ่ของไทย แต่กลับถูกบราซิลเข้ามาแย่งตลาด เนื่องจากลูกค้าอ้างว่าน้ำตาลจากบราซิลมีคุณภาพสูงกว่าน้ำตาลไทย ดังนั้นผู้ประกอบการไทยจึงปรับปรุงคุณภาพการผลิตน้ำตาลทรายดิบมาอยู่ในระดับเดียวกัน เพื่อให้ไทยชิงความได้เปรียบด้านการส่งออกน้ำตาลทรายดิบกลับมา และมีศักยภาพการแข่งขันสูงขึ้นด้วย
นอกจากนี้ ยังส่งผลให้ไทยมีโอกาสส่งออกน้ำตาลทรายดิบของไทยไปยังประเทศต่างๆ ในทวีปเอเชียได้มากขึ้น รวมถึงการเข้าสู่ตลาดในกลุ่มตะวันออกกลางที่มีความต้องการน้ำตาลทรายดิบคุณภาพสูง
การปรับคุณภาพดังกล่าว ยังส่งผลดีต่อการสร้างรายได้ให้แก่ชาวไร่อ้อยที่จะมีรายได้จากการเพาะปลูกมากขึ้น เพราะการเพิ่มคุณภาพจะทำให้ราคาอ้อยเพิ่มขึ้นอีก 45 บาทต่อตัน จากราคาปัจจุบัน
ด้านนายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการกลุ่มน้ำตาลมิตรผล กล่าวว่า ส่วนตัวเห็นด้วยที่จะมีการเปิดเสรีราคาน้ำตาลทรายในประเทศ และควรจะเริ่มเปิดเสรีตั้งแต่ปี 2556 นี้ แต่เนื่องจากเรื่องนี้เกี่ยวกับพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทรายที่มีหลายฝ่ายเกี่ยวข้อง ดังนั้นจึงต้องทำความเข้าใจกับชาวไร่อ้อยด้วย และควรจะค่อยๆ ขยับขึ้น โดยอาจใช้กองทุนอ้อยและน้ำตาลทรายในการช่วยพยุงราคาน้ำตาลในประเทศไม่ให้ต่ำหรือสูงเกินไป
“ถ้าเราไม่เปิดเสรีราคาน้ำตาล มัวแต่ช้าอยู่ สุดท้ายก็จะโดนบีบบังคับให้เปิดอยู่ดี แทนที่จะรีบดำเนินการไว้เพื่อเตรียมตัวตั้งรับจะดีกว่า” นายอิสระ กล่าว







