posttoday
มรสุมซัดธพว. โดนลูกหลงอื้อ

มรสุมซัดธพว. โดนลูกหลงอื้อ

08 มีนาคม 2555

ธพว.เจอมรสุมตั้งกรรมการสอบทุจริต อ้างมีการเปลี่ยนหลักประกันเอาที่รกร้างเป็นหลักทรัพย์

ธพว.เจอมรสุมตั้งกรรมการสอบทุจริต อ้างมีการเปลี่ยนหลักประกันเอาที่รกร้างเป็นหลักทรัพย์

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า นายนริศ ชัยสูตร อธิบดีกรมธนารักษ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) อยู่ระหว่างการพิจารณาตั้งคณะกรรมการสอบสวนผู้บริหารของธนาคาร หลังจากตรวจสอบพบว่ามีการปล่อยสินเชื่อที่ไม่ปกติเพิ่มมากขึ้น

กรณีล่าสุด พบว่าผู้บริหารธนาคารได้อนุมัติสินเชื่อวงเงิน 75 ล้านบาทเมื่อปลายปีที่ผ่านมา โดยเบื้องต้นผู้ขอสินเชื่อได้นำหลักทรัพย์คุณภาพดีมูลค่าเกินวงเงินสินเชื่อมายื่นขอกู้ แต่หลังจากที่ได้รับการอนุมัติก็มีการขอเปลี่ยนหลักทรัพย์ค้ำประกัน โดยนำที่ดินรกร้างว่างเปล่าที่เป็นพื้นที่การเกษตร ไม่มีศักยภาพและสภาพคล่องในการซื้อขาย ประเด็นสำคัญ ที่ดินที่นำมาเป็นหลักทรัพย์ราคาต่ำกว่ามูลค่าสินเชื่อที่ได้รับไป

นอกจากนี้ ยังพบว่าผู้ขอสินเชื่อได้มีการตบแต่งข้อมูลทางธุรกิจ เพื่อที่จะได้ขอสินเชื่อจำนวนมาก และการขอสินเชื่อดังกล่าวมีคนกลางที่เป็นผู้ประสานงานกับผู้ขอสินเชื่อกับผู้บริหารที่อนุมัติสินเชื่อ

“การปล่อยสินเชื่อที่ไม่เป็นปกติลักษณะดังกล่าวมีมากในธนาคารเมื่อปี 2546-2548 และหายไปในช่วงปี 2549-2551 และตอนนี้เริ่มกลับมาอีกครั้ง หากปล่อยทิ้งไว้ไม่ทำอะไร จะทำให้ธนาคารเสียหาย มีหนี้เสียเกินกว่าครึ่งเหมือนที่เคยประสบมาในอดีต” แหล่งข่าวเปิดเผย

ก่อนหน้านี้ นายนริศ ได้ตั้งคณะกรรมการสอบการทำงานของนายโสฬส สาครวิศว กรรมการผู้จัดการ ธพว. กรณีการปล่อยสินเชื่อคนว่างงานในปี 2552 ที่ได้รับเงินดอกเบี้ยต่ำจากกระทรวงแรงงานมา 7,000 ล้านบาท แต่ปรากฏว่าธนาคารปล่อยสินเชื่อจริงถึง 1.4 หมื่นล้านบาท ทำให้ธนาคารได้รับความเสียหายขาดทุนจากการดำเนินการ 700 ล้านบาท

สำหรับสาเหตุการตั้งกรรมสอบครั้งนี้ เพราะทาง รมว.อุตสาหกรรม ได้ทำหนังสือถึงธนาคารให้เร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว เพราะเห็นว่าเป็นการบริหารที่ทำให้ธนาคารเกิดความเสียหาย ทำให้คณะกรรมการหมดทางเลี่ยงที่จะตั้งกรรมการสอบนายโสฬส

นายโสฬส สาครวิศว กรรมการผู้จัดการ ธพว. เปิดเผยว่า ได้ถูกตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงการปล่อยสินเชื่อชะลอการว่างงานในปี 2552 จากทางกระทรวงอุตสาหกรรม

นายโสฬส ยืนยันว่า จะเข้าไปชี้แจงข้อเท็จจริงเรื่องการปล่อยสินเชื่อว่าเป็นไปตามระเบียบธนาคาร ซึ่งมีคณะกรรมการสินเชื่ออนุมัติ โดยยอดวงเงินสินเชื่อที่ปล่อยทั้งหมด 1.4 หมื่นล้านบาท แยกเป็นเงินสมทบจากประกันสังคม 7,000 ล้านบาท ในจำนวนนั้น 6,000 ล้านบาท มีต้นทุนแค่ 1% และเงินอีก 1,000 ล้านบาท มีต้นทุน 1.5% มาสมทบเงินของธนาคาร 7,000 ล้านบาท ซึ่งมีต้นทุนรับฝากในขณะนั้น 2% เศษ โดยธนาคารนำไปปล่อยกู้ต่อให้กับผู้ประกอบการโดยคิดดอกเบี้ย 5% คงที่นาน 5 ปี การปล่อยสินเชื่อครั้งนี้ไม่ได้ทำให้ธนาคารขาดทุนจากดอกเบี้ยเป็นเงิน 750 ล้านบาทแต่อย่างใด

เรื่องการเปลี่ยนหลักประกันในระหว่างที่ยังมีการผ่อนสินเชื่อนั้นยังไม่รู้เรื่อง อาจทำได้ในกรณีที่ลูกหนี้ต้องการนำหลักประกันเดิมไปขายเพื่อนำเงินมาชำระหนี้บางส่วน และนำหลักประกันใหม่เข้ามาค้ำหนี้ส่วนที่เหลือ ซึ่งในการอนุมัติสินเชื่อ ต้องอนุมัติในรูปของคณะกรรมการ นายโสฬสยืนยันว่า แม้แต่ตัวเองก็ไม่มีอำนาจ

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท