
AGEปันผลเป็นหุ้นปีที่2ขอตุนเงินซื้อเหมือง3แห่ง
“พนม” บิ๊กเอเชียกรีน ขอใช้โมเดลจ่ายปันผลเป็นหุ้นต่อ ตุนเงินซื้อเหมืองอีก 2-3 แห่ง ชี้ผู้ถือหุ้นรับได้กิจการขยายตัวสูงทดแทน
“พนม” บิ๊กเอเชียกรีน ขอใช้โมเดลจ่ายปันผลเป็นหุ้นต่อ ตุนเงินซื้อเหมืองอีก 2-3 แห่ง ชี้ผู้ถือหุ้นรับได้กิจการขยายตัวสูงทดแทน
นายพนม ควรสถาพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเชีย กรีน เอนเนอจี (AGE) เปิดเผยว่า บริษัทจะพิจารณาการจ่ายปันผลของผลการดำเนินงานงวดปี 2554 ด้วยหุ้นสามัญ แต่รายละเอียดของสัดส่วนการจ่ายทางคณะกรรมการบริษัทจะมีการพิจารณาในรายละเอียดกลางเดือน มี.ค.นี้
ทั้งนี้ จากผลการดำเนินงานปี 2553 บริษัทจ่ายเงินปันผลหุ้นละ 0.0139 บาท และปันผลเป็นหุ้นสัดส่วน 8 ต่อ 1 เท่ากับ 0.125 บาทต่อหุ้น
บริษัทได้จ่ายเงินปันผลด้วยหุ้นเป็นปีที่ 2 เพราะต้องการนำเงินไปลงทุนรองรับการซื้อเหมืองถ่านหินแห่งแรกในประเทศอินโดนีเซีย คาดว่าน่าจะได้ข้อสรุปภายในครึ่งแรกของปีนี้ กรณีใช้เงินลงทุนเกิน 1,000 ล้านบาท อาจจะต้องกู้เงินบางส่วน แต่หากไม่เกินระดับนี้ เงินทุนในบริษัทถือว่าเพียงพอ เพราะมีเงินจากกำไรในปีที่ผ่านมา เมื่อรวมกับเงินที่ได้จากการแปลงสภาพใบสำคัญแสดงสิทธิซื้อหุ้น (วอร์แรนต์) มีประมาณกว่า 800 ล้านบาท
“บริษัทมีขนาดเล็กและกำลังขยายตัว จึงต้องใช้รูปแบบหุ้นปันผลไปก่อน แต่คงไม่นานคาดว่าจนกว่าบริษัทจะมีเหมือง 2-3 แห่ง เมื่อนั้นจึงจะเริ่มหยุดการลงทุนและคอยเก็บเกี่ยวผลจากการที่ได้ลงทุน ซึ่งระหว่างนี้อาจกระทบสัดส่วนการถือครองหุ้นของผู้ถือหุ้นให้ลดลง แต่บริษัทสามารถขยายตัวได้ทันกับการลดลงของสัดส่วนการถือหุ้น และผู้ถือหุ้นกลับชอบด้วยซ้ำ” นายพนม กล่าว
สำหรับปีนี้บริษัทคาดว่าปริมาณการขายถ่านหินจะอยู่ที่ 3 ล้านตัน ขยายตัว 40% จากปีที่ผ่านมาที่มีปริมาณขายที่ 1.9 ล้านตัน แบ่งเป็นการขายในประเทศ 60% และส่งออกไปจีน 40% หากสามารถซื้อเหมืองในอินโดนีเซียสำเร็จในปีนี้ จะใช้เป็นแหล่งในการเจาะตลาดประเทศอื่น เช่น อินเดีย เวียดนาม ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน เป็นต้น
นายพนม ยังกล่าวถึงแนวโน้มราคาถ่านหินในปีนี้ว่า คาดว่าจะใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา แม้ว่าราคาน้ำมันจะมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นจากกรณีของอิหร่าน แต่เนื่องจากจีนได้ปรับลดการขยายตัวทางเศรษฐกิจลง ซึ่งอาจกระทบต่อความต้องการใช้ถ่านหินได้ ดังนั้นราคาถ่านหินอาจต้องคอยติดตามสถานการณ์ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้อีกครั้ง







