
‘แอกซ่า’เมินระดมทุนตลาดหุ้น
‘กรุงไทย’ไม่สนฐานะยังแกร่ง ยอดเบี้ยพุ่งนอนกินเงินปันผล
‘กรุงไทย’ไม่สนฐานะยังแกร่ง ยอดเบี้ยพุ่งนอนกินเงินปันผล
กรุงไทย-แอกซ่า ไม่สนระดมทุนตลาดหุ้น ยันฐานะแกร่ง ผู้ถือหุ้นดูแลตัวเองได้
นายไมค์ แพล็กซ์ตัน ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต เปิดเผยว่า ทางกลุ่มผู้ถือหุ้นหลักอย่างธนาคารกรุงไทยและกลุ่มแอกซ่าได้ข้อสรุปร่วมกันแล้วว่า จะไม่มีการนำบริษัทเข้าไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เนื่องจากทางกลุ่มผู้ถือหุ้นต้องการลงทุนระยะยาว ยังไม่ต้องการได้เงินที่ลงทุนไว้กับบริษัทคืน และบริษัทก็ยังไม่มีความจำเป็นต้องระดมทุนเพิ่มเพื่อนำมาขยายธุรกิจแต่อย่างใด
ทั้งนี้ ในปัจจุบันบริษัทมีเงินกองทุนที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว โดยไม่ต้องเรียกทุนเพิ่มและสามารถปันผลให้กับผู้ถือหุ้นเป็นอย่างดี ซึ่งเมื่อสิ้นปี 2554 มีกำไรสะสมอยู่ประมาณ 3,600 ล้านบาท และปีที่ผ่านมาก็จ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นไปประมาณ 440 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม บริษัทจะแปรสภาพเป็นแค่บริษัทมหาชนตามที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนดไว้ต้องทำภายในปี 2556 เท่านั้น และมั่นใจว่าทางธนาคารกรุงไทยซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นหลักก็จะยังคงเป็นพันธมิตรกับกลุ่มแอกซ่าต่อไป เพราะผลการดำเนินงานดีขึ้นมาตลอด
สำหรับผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมา บริษัทมีเบี้ยรับปีแรก 7,100 ล้านบาท เติบโต 9% และมีเบี้ยรับรวม 2.1 หมื่นล้านบาท เติบโต 20% เมื่อเทียบกับปี 2553 โดยมีสัดส่วนจากช่องทางแบงก์แอสชัวรันส์ผ่านธนาคารกรุงไทย 50% ช่องทางตัวแทน 45% และช่องทางผ่านธุรกิจองค์กร 5% ซึ่งตามแผนในปี 2558 ช่องทางผ่านธุรกิจองค์กรจะเพิ่มสัดส่วนเป็น 10% และอีกสองช่องทางที่เหลือก็จะมีสัดส่วนอย่างละ 45%
นายแพล็กซ์ตัน กล่าวว่า บริษัทไม่ต้องการให้ช่องทางขายใดช่องทางหนึ่งมีสัดส่วนที่มากกว่ากันจนเกินไป โดยใช้กลยุทธ์บริหารความเสี่ยงแบบสมดุลเป็นหลัก ซึ่งแม้ในปีที่ผ่านมาพนักงานธนาคารกรุงไทยจะสอบเป็นตัวแทนขายประกันได้เพิ่มเป็น 9,000 คน จากเดิม 4,400 คน และทำยอดขายได้ดีอย่างต่อเนื่อง แต่ช่องทางตัวแทนที่มีอยู่ 8,000 คน ก็ยังเติบโตได้มากกว่า โดยบริษัทมีค่าเบี้ยเฉลี่ยอยู่ที่ 4.1 หมื่นบาทต่อกรมธรรม์ ขณะที่อุตสาหกรรมอยู่ที่ 1.5 หมื่นบาทต่อกรมธรรม์







