
สก๊อตทุ่ม 400ล.ทำตลาดผลไม้สกัด
"สก๊อต"ทุ่มตลาดกว่า400 ล้านบาทใน3 ปีดันสินค้ากลุ่มผลไม้สกัดพรุน-เบอร์รี กวาดแชร์50%
"สก๊อต"ทุ่มตลาดกว่า400 ล้านบาทใน3 ปีดันสินค้ากลุ่มผลไม้สกัดพรุน-เบอร์รี กวาดแชร์50%
นายสมโภช ชวาลเวชกุล กรรมการผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัทสก๊อต อินดัสเตรียล(ประเทศไทย) ผู้ผลิตและทำตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารตรา ‘สก๊อต’ เปิดเผยว่าภายใน 3ปีนับจากนี้ บริษัทเตรียมงบกว่า 400 ล้านบาท เพื่อทำตลาดต่อเนื่องในกลุ่มสินค้าผลไม้สกัดสก๊อต เพียวเร่ ทั้ง 2 ตัว คือ พรุนสกัด และ เบอร์รี สกัด หลังเปิดตัวสินค้ากลุ่มดังกล่าวในปีก่อนเป็นครั้งแรก และได้การตอบรับดีจากกลุ่มเป้าหมายผู้บริโภคผู้หญิงคนรุ่นใหม่อายุ 18-21 ปี เพื่อเป็นการขยายตลาดและยอดขายของบริษัท
ล่าสุดในปีนี้ บริษัทใช้งบราว 50 ล้านบาท ทำตลาดสก๊อตเพียวเร่ พรุนสกัด พร้อมเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณา(ทีวีซี) ชุดใหม่ ‘อินเทอร์วิว’ ผ่านกลุ่มศิลปินผู้หญิง หรือ เกิร์ลกรุ๊ป โฟร์มินิท(4minute) จากเกาหลีต่อเนื่องจากปีก่อน ที่สามารถสร้างการรับรู้แบรนด์สก๊อตเพียวเร่ ได้เป็นอย่างดีในตลาดเสริมอาหารกลุ่มผลไม้สกัด ส่งผลให้บริษัทมีส่วนแบ่งตลาดกลุ่มนี้อยู่ที่22% และในปีนี้วางเป้าส่วนแบ่งตลาดเพิ่มเป็น 30% จากปัจจุบันตลาดรวมเครื่องดื่มผลไม้สกัดมีมูลค่ารวมกว่า 1,700 ล้านบาทในปีก่อน เติบโต5-6%
ส่วนงบอีกราว 200 ล้านบาท สำหรับทำตลาดผลิตภัณฑ์สก๊อตเพียวเร่ เบอร์รี สกัด อย่างต่อเนื่องใน 3ปีนับจากนี้เช่นกัน โดยจะทำกิจกรรมการตลาดส่งเสริมการขายทั้งแบบผ่านสื่อ(อโบฟ เดอะ ไลน์) และกิจกรรมไม่ผ่านสื่อ หรือ ณ จุดขาย(บีโลว์ เดอะ ไลน์) เพื่อผลักดันให้ สก๊อต เพียวเร่ พรุนสกัด และสก๊อต เพียวเร่ เบอร์รี มีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มเป็น 50% ในตลาดรวมผลไม้สกัดที่คาดว่าในอีก 2ปีข้างหน้าจะมีมูลค่าขยายเพิ่มขึ้นไปถึง 3,000 ล้านบาท จากอัตราเติบโต 20% ต่อเนื่องทุกปี
ขณะที่ภาพรวมตลาดสินค้ากลุ่มเสริมอาหาร คาดว่าจะยังมีแนวโน้มเติบโตดี จากความต้องการของผู้บริโภคคนรุ่นใหม่ ส่งผลให้เจ้าของสินค้ามุ่งทำตลาดสินค้ากลุ่มใหม่ออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยราวไตรมาส 2 ปีนี้ บริษัทเตรียมเปิดตัวสินค้าเสริมอาหารใหม่ภายใต้แบรนด์ สก็อต เพื่อจับกลุ่มผู้ชายและหญิง เพื่อขยายฐานกลุ่มเป้าหมายและสร้างยอดขายเพิ่มในอนาคต จากในปี54 สินค้าเครื่องดื่มเสริมอาหารมีมูลค่าตลาดรวมกว่า 3,400 ล้านบาท และในปีนี้คาดเติบโต 20% ส่วนยอดขายในปีนี้บริษัทตั้งเป้าเติบโต 38% จากปีก่อนมีรายได้ 2,460 ล้านบาท เติบโต15% จากภัยน้ำท่วมที่กระทบโรงงานผลิตย่านบางบัวทอง ลดลงจากเป้าเดิมที่วางไว้ 30%
นอกจากนี้ บริษัทยังได้ปรับราคาสินค้ากลุ่มเสริมอาหารรังนก และกลุ่มอื่นเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 5-6% ไปเมื่อ5 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยเฉพาะกลุ่มรังนกจากต้นทุนการผลิตสินค้าในภาพรวมที่เพิ่มขึ้น จากวัตถุดิบมีไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาดที่มีสูง โดยเฉพาะความต้องการในการส่งออกสินค้าไปยังตลาดจีน ซึ่งการขึ้นราคาสินค้าเป็นแนวโน้มเดียวกับภาพรวมตลาดเสริมอาหาร ที่อาจเตรียมปรับราคาสินค้าขึ้นในปีนี้ จากปัจจัยต้นทุนค่าแรงที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน







