
ดันแบงก์รัฐปล่อยกู้เต็มสูบ
วิรุฬ ทุบโต๊ะสั่งอย่าศึกแบงก์รัฐ หวั่นปล่อยกู้ช่วยรากหญ้าสะดุด
วิรุฬ ทุบโต๊ะสั่งอย่าศึกแบงก์รัฐ หวั่นปล่อยกู้ช่วยรากหญ้าสะดุด
นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ รมช.คลัง เปิดเผยภายหลังการเรียกประชุมผู้บริหารสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่อยู่ในกำกับดูแลได้แก่ ธนาคารออมสิน ,ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) , ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ( เอสเอ็มอีแบงก์ ) , ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ( ไอแบงก์ ) และบรรษัทประกันสินเชิ่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม ( บตท.) ว่า ได้มอบนโยบายให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจปล่อยสินเชื่อตามปกติ โดยให้คณะกรรมการหรือบอร์ดทำงานประสานกับทางผู้บริหารเป็นทีมเดียวกัน ส่วนเรื่องการตรวจสอบขอให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ทำหน้าที่ไปตามปกติ และการที่กระทรวงการคลังมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง ถือเป็นกระบวนการปกติที่ต้องดำเนินการตามผลสอบของ ธปท. จึงไม่ควรนำเรื่องนี้มาเป็นข้ออ้างในการชะลอการปล่อยสินเชื่อ
สำหรับเรื่องการปล่อยสินเชื่อขอให้ยึดหลักธรรมาภิบาล ทำงานด้วยความโปร่งใส มีวินัยที่ดี และมุ่งเป้าหมายการปล่อยสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือประชาชนรายย่อย คนรากหญ้า โดยไม่ทำธุรกรรมแข่งขันหรือแย่งลูกค้ากับธนาคารพาณิชย์ ไม่ว่าทั้งเงินฝากและกู้ หรือถ้าทำอยู่ก็สมควรหยุดธุรกรรมเหล่านั้น
ที่ผ่านมามีข่าวเกี่ยวกับเรื่องการชะลอปล่อยสินเชื่อซึ่งเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเนื่องจากเป็นนโยบายของ รมว.คลังคนก่อน ขอยืนยันว่าทุกสถาบันยังคงดำเนินธุรกรรมตามขอบเขตที่ควรเป็นตามปกติ ส่วนเรื่องการขาดการประสานงานระหว่างคณะกรรมการกับฝ่ายบริหารก็ขอให้ทบทวนและปรึกษาหารือกันมากขึ้น อย่าทำให้ปัญหาเหล่านี้ส่งผลถึงการชะลอของการสนับสนุนทางการเงินให้กับประชาชนเป็นอันขาด
นายวิรุฬเปิดเผยถึงยอดการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินเฉพาะกิจในเดือน ม.ค. 2555 ที่ผ่านมาว่ายังพอขยายตัวได้ แม้บางแห่งจะปล่อยสินเชื่อลดลงก็ตาม แต่ก็เป็นไปตามภาวะเพราะในช่วงครึ่งปีหลังเกิดน้ำท่วม ทำให้ธุรกิจชะงัก
ทั้งนี้ ธนาคารออมสินมียอดสินเชื่อคงค้าง 1.379 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.05% เมื่อเทียบกับเดือน ธ.ค.ปีก่อน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มียอดสินเชื่อคงค้าง 9.2 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.97% ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) มียอดสินเชื่อ 6.82 แสนล้านบาท ลดลง 0.12% ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย มียอดสินเชื่อ 1.15 แสนล้านบาท ลดลง 0.68% ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์) มียอดสินเชื่อ 6.5 หมื่นล้านบาท ลดลง 0.60% เอสเอ็มอีแบงก์ มียอดสินเชื่อ 9.73 หมื่นล้านบาท ลดลง 0.24% คิดรวมเป็นยอดสินเชื่อคงค้างของทั้งหมดกว่า 3.26 ล้านล้านบาทจากเหตุการณ์มหาอุทกภัยที่ผ่านมา ภาคเอกชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยกันอย่างเต็มที่ แสดงให้เห็นถึงน้ำใจและความเอื้ออาทรที่มีอยู่ในสายเลือดคนไทยไม่เคยเหือดหายไปจากสังคม สถาบันการเงินเกือบทุกแห่ง นอกจากต้องมีแผนในการดำเนินธุรกิจเพื่อให้บริการลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการให้ความช่วยเหลือทางด้านธุรกิจกับลูกค้าแล้ว วันนี้หากถามแบงก์ไหนคงไม่มีใครที่ไม่ชำนาญเรื่องการจัดถุงยังชีพ ทำกันจนเป็นมืออาชีพไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในระยะสั้น สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ธนาคารไทยพาณิชย์ได้ร่วมกับมูลนิธิที่อยู่อาศัย (Habitat for Humanity Thailand) นำเงินที่ได้รับบริจาคจากประชาชนมาซ่อมและสร้างบ้านให้แก่ผู้ประสบภัยกว่า 50 ครัวเรือนในจังหวัดพิษณุโลก สระบุรี และอุทัยธานี โดยมีพนักงานจิตอาสาร่วมลงแรงสร้างบ้าน นอกจากนั้นยังได้ร่วมฟื้นฟูโรงเรียนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา 10โรงเรียน พร้อมร่วมกับมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สร้างบ้านเพื่อผู้พิการจำนวน 100 หลังใน จ.ปทุมธานี สระบุรี นนทบุรี อยุธยา และสิงห์บุรี ธนาคารมีความตั้งใจ และอยากจะขอบคุณทุก ๆ แรงใจ แรงกาย ตลอดจนกำลังทรัพย์ของลูกค้าประชาชนทุกคนที่ไว้วางใจ รวมถึงสื่อมวลชนทุกแขนงที่ให้ความช่วยเหลือเป็นสื่อกลางในการกระจายข่าวเป็นอย่างดีตลอดมา
วิรุฬ ทุบโต๊ะสั่งอย่าศึกแบงก์รัฐ หวั่นปล่อยกู้ช่วยรากหญ้าสะดุด
นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ รมช.คลัง เปิดเผยภายหลังการเรียกประชุมผู้บริหารสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่อยู่ในกำกับดูแลได้แก่ ธนาคารออมสิน ,ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) , ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ( เอสเอ็มอีแบงก์ ) , ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ( ไอแบงก์ ) และบรรษัทประกันสินเชิ่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม ( บตท.) ว่า ได้มอบนโยบายให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจปล่อยสินเชื่อตามปกติ โดยให้คณะกรรมการหรือบอร์ดทำงานประสานกับทางผู้บริหารเป็นทีมเดียวกัน ส่วนเรื่องการตรวจสอบของให้ธนาคารแห่งประเทศไทย ( ธปท. ) ทำหน้าที่ไปตามปกติและการที่กระทรวงการคลังมีการตั้งคณะกรรมการฯ ขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง ถือเป็นกระบวนการปกติที่ต้องดำเนินการตามผลสอบของ ธปท. จึงไม่ควรนำเรื่องนี้มาเป็นข้ออ้างในการชะลอการปล่อยสินเชื่อ
สำหรับเรื่องการปล่อยสินเชื่อขอให้ยึดหลักธรรมาภิบาล ทำงานด้วยความโปร่งใส มีวินัยที่ดี และมุ่งเป้าหมายการปล่อยสินเชิ่อเพื่อช่วยเหลือประชาชนรายย่อย คนรากหญ้า โดยไม่ทำธุรกรรมแข่งขันหรือแย่งลูกค้ากับธนาคารพาณิชย์ไม่ว่าทั้งเงินฝากและกู้ หรือถ้าทำอยู่ก็สมควรหยุดธุรกรรมเหล่านั้น
" ที่ผ่านมามีข่าวเกี่ยวกับเรื่องการชะลอปล่อยสินเชื่อซึ่งเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเนื่องจากเป็นนโยบายของ รมว.คลังคนก่อน ทั้งนี้ขอยืนยันว่าทุกสถาบันยังคงดำเนินธุรกรรมตามขอบเขตที่ควรเป็นตามปกติ ส่วนเรื่องการขาดการประสานงานระหว่างคณะกรรมการกับฝ่ายบริหารก็ขอให้ทบทวนและปรึกษาหารือกันมากขึ้น อย่าทำให้ปัญหาเหล่านี้ส่งผลถึงการชะลอของการสนับสนุนทางการเงินให้กับประชาชนเป็นอันขาด" นายวิรุฬกล่าว
นายวิรุฬ เปิดเผยถึงยอดการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินเฉพาะกิจในเดือน ม.ค. 2555 ที่ผ่านมาว่า ยังพอขยายตัวได้ แม้บางแห่งจะปล่อยสินเชื่อลดลงก็ตาม แต่ก็เป็นไปตามภาวะเพราะในช่วงครึ่งปีหลังเกิดน้ำท่วม ทำให้ธุรกิจชะงักโดยธนาคารออมสินมียอดสินเชื่อคงค้าง 1.379 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.05% เมื่อเทียบกับเดือน ธ.ค. ปีก่อน , ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มียอดสินเชื่อคงค้าง 9.2 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.97 % , ธอส. มียอดสินเชื่อ 6.82 แสนล้านบาท ลดลง 0.12 % ,
ธนาคารอิสลาม มียอดสินเชื่อ 1.15 แสนล้านบาท ลดลง0.68 % , ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ( เอ็กซิมแบงก์ )มียอดสินเชื่อ 6.5 หมื่นล้านบาท ลดลง 0.60% , เอสเอ็มอีแบงก์ มียอดสินเชื่อ 9.73 หมื่นล้านบาท ลดลง 0.24 % คิดรวมเป็นยอดสินเชื่อคงค้างของทั้งหมดกว่า 3.26 ล้านล้านบาท
จากเหตุการณ์มหาอุทกภัยที่ผ่านมา ภาคเอกชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยกันอย่างเต็มที่ แสดงให้เห็นถึงน้ำใจและความเอื้ออาทรที่มีอยู่ในสายเลือดคนไทยไม่เคยเหือดหายไปจากสังคม สถาบันการเงินเกือบทุกแห่ง นอกจากต้องมีแผนในการดำเนินธุรกิจเพื่อให้บริการลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการให้ความช่วยเหลือทางด้านธุรกิจกับลูกค้าแล้ว วันนี้หากถามแบงก์ไหนคงไม่มีใครที่ไม่ชำนาญเรื่องการจัดถุงยังชีพ ทำกันจนเป็นมืออาชีพไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในระยะสั้น สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ธนาคารไทยพาณิชย์ได้ร่วมกับมูลนิธิที่อยู่อาศัย (Habitat for Humanity Thailand) นำเงินที่ได้รับบริจาคจากประชาชนมาซ่อมและสร้างบ้านให้แก่ผู้ประสบภัยกว่า 50 ครัวเรือนในจังหวัดพิษณุโลก สระบุรี และอุทัยธานี โดยมีพนักงานจิตอาสาร่วมลงแรงสร้างบ้าน นอกจากนั้นยังได้ร่วมฟื้นฟูโรงเรียนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา 10โรงเรียน พร้อมร่วมกับมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สร้างบ้านเพื่อผู้พิการจำนวน 100 หลังใน จ.ปทุมธานี สระบุรี นนทบุรี อยุธยา และสิงห์บุรี ธนาคารมีความตั้งใจ และอยากจะขอบคุณทุก ๆ แรงใจ แรงกาย ตลอดจนกำลังทรัพย์ของลูกค้าประชาชนทุกคนที่ไว้วางใจ รวมถึงสื่อมวลชนทุกแขนงที่ให้ความช่วยเหลือเป็นสื่อกลางในการกระจายข่าวเป็นอย่างดีตลอดมา







