
โต้งสั่งกองทุนประกันคุ้มครองนายทุนเพิ่ม50%
"กิตติรัตน์"สั่งกองทุนประกันภัยพิบัติศึกษาเพิ่มความคุ้มครองเป็น 50% ของทุนประกันให้เอสเอ็มอีกับภาคอุตสาหกรรม
"กิตติรัตน์"สั่งกองทุนประกันภัยพิบัติศึกษาเพิ่มความคุ้มครองเป็น 50% ของทุนประกันให้เอสเอ็มอีกับภาคอุตสาหกรรม
นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานคณะกรรมการกองทุนประกันภัยพิบัติ กล่าวว่า นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ได้สั่งให้กองทุนฯ ศึกษาเพิ่มการคุ้มครองความเสียหายของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และผู้ประกอบการรายใหญ่เป็น 50% ของทุนประกัน จากที่ก่อนหน้านี้กองทุนฯ สรุปจะคุ้มครองความเสี่ยงที่ 30% ของทุนประกัน
อย่างไรก็ตาม การเพิ่มความคุ้มครองมากขึ้น ก็ต้องข่ายเบี้ยประกันเพิ่มจากเดิมเช่นกัน ซึ่งที่ผ่านมากำหนดเบี้ยประกันสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี 1% ของทุนประกันซึ่งไม่เกิน 50 ล้านบาท ส่วนภาคอุตสาหกรรมคิดเบี้ยประกัน 1.25% และประชาชนทั่วไปจะยังคงการคุ้มครองความเสียหายที่ไม่เกิน 1 แสนบาท โดยคิดค่าเบี้ยประกันที่ 0.5%
นายพยุงศักดิ์ กล่าวว่า ในวันนี้จะให้คลังเสนอเงื่อนไขที่สรุปก่อนหน้านี้ ให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบและใช้ไปก่อน เพื่อที่จะมีการเซ็ทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ หรือ MOU ระหว่างกองทุนฯ กับบริษัทประกันภัย และให้เริ่มขายกรมธรรม์ภัยพิบัติได้เป็นครั้งแรกในวันเดียวกันกับการทำ MOU ส่วนเงื่อนไขการขยายการคุ้มครองเพิ่มเติมจะตามมาที่หลัง
ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการกองทุนประกันภัยพิบัติได้กำหนดหลักเกณฑ์สำคัญ เบื้องต้นสำหรับการขายกรมธรรม์ภัยพิบัติ อาทิ คำจำกัดความของภัยพิบัติจะแตกต่างจากภัยธรรมชาติทั่วไป เพราะต้อให้กรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัย เสนอให้ ครม.เห็นชอบเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ ผู้ที่ซื้อกรมธรรม์ถึงได้รับความคุ้มครอง หรือ เป็นภัยที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินเกินกว่า 5 พันล้านบาท และต้องมีผู้เรียกร้องความเสียหายมากกว่า 2 รายขึ้นไป
โดยภัยพิบัติครอบคลุมถึงน้ำท่วม แผ่นดินไหวเกิน 7 ริกเตอร์ และลมพายุเกิน 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนการจ่ายค่าสินไหมในส่วนของครัวเรือน กรณีน้ำท่วมจะพิจารณาจากรอยคราบน้ำในบ้าน หากมีน้ำเข้าบ้านได้รับเงินชด เชย 3 หมื่นบาท หากท่วมสูง 50 เซนติเมตรได้รับ 5 หมื่นบาท สูง 75 เซนติเมตรได้รับ 75,000 บาท และท่วมเกิน 1 เมตรขึ้นไปได้รับ 1 แสนบาท







